ประเด็นหลักจากโรดโชว์ที่ฮ่องกงและสิงคโปร์
ประเด็นการลงทุน
ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เราจัดโรดโชว์ที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งได้รับเกียรติจากคุณสุรยุทธ ทวีกุลวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่สายการเงินของ BTS มาร่วมในงานของเรา เราคิดว่าผู้จัดการกองทุนชอบหุ้น BTS จากแนวโน้มกำไรที่ดี มีอัพไซด์ต่อการเติบโตของบริษัท และอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง แม้ว่านักลงทุนจะเชื่อว่าข้อได้เปรียบของบริษัทจะสามารถทำให้บริษัทชนะการประมูลสัญญาการบริหารรถไฟฟ้าสายสีเชียวเข้ม (ใต้และเหนือ) แต่เรารู้สึกว่านักลงทุนส่วนใหญ่อยากเห็นการเริ่มเปิดประมูลรถฟ้าสายใหม่ก่อนที่จะเข้าซื้อหุ้น คำถามที่ถูกถามบ่อยที่สุด ได้แก่ 1) รายละเอียดการประมูลรถไฟฟ้าสี่สายใหม่ และ 2) แนวโน้มธุรกิจของบริษัทที่มีการดำเนินงานอยู่ เราได้สรุปประเด็นหลักจากการประชุมได้ดังต่อไปนี้
1) คาดเริ่มดำเนินการประมูลรถไฟฟ้าสี่สายใหม่ในเร็วๆนี้
BTS กล่าวว่าเดือนต.ค.ปี 2556 นี้เป็นช่วงที่ต้องจับตามอง เนื่องจากคาดการณ์ว่ากฎหมายลูกภายใต้พรบ.ร่วมทุนจะเสร็จสมบูรณ์ ทำให้สามารถเปิดประมูลสัญญาบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้ม (ใต้) ได้ก่อนสิ้นปี 2556 ทั้งนี้คาดว่าการประมูลสำหรับสายสีเขียวเข้ม (เหนือ) และสายสีชมพูจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นปี 2557 ตามด้วยการประมูลรถไฟฟ้าแบบ Light rail ในช่วงถัดไป โดยคาดว่าจะประกาศผู้ชนะการประมูลหลังจากเริ่มประมูลได้ภายในระยะเวลา 3-6 เดือน ความเสี่ยงหลักของโครงการน่าจะเกิดจากความล่าช้าของการก่อสร้าง
ในปัจจุบัน BMCL เป็นคู่แข่งที่โดดเด่นเพียงบริษัทเดียว BTS เชื่อว่าบริษัทมีข้อได้เปรียบหลายประการ ซึงน่าจะทำให้สามารถเสนอราคาที่ต่ำกว่าผู้ประกอบการรายอื่น ซึ่งทำให้มีโอกาสสูงที่บริษัทจะชนะการประมูลหรือได้รับสัมปทานในรถไฟฟ้าสายใหม่ บริษัทตั้งเป้า IRR ของโครงการรถไฟฟ้าสายใหม่ไว้ที่ 10% (ยังไม่รวมอัพไซด์จากผลประโยชน์ร่วมจากธุรกิจสื่อของบริษัท)
ในด้านเงินลงุทน หากพรบ.กู้ยืมเงิน 2 ล้านล้านบาทถูกเลื่อนออกไป BTS จะสามารถลงทุนรถฟ้าสายใหม่ได้โดยใช้เงินที่ได้จากการขายรายได้ค่าโดยสารสุทธิให้กับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน BTSGIF, การใช้สิทธิวอร์แรนต์ BTS-W3, กระแสเงินสดจากการดำเนินงานและการกู้ยืม ภายสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่ BTS-W3 ไม่อยู่ในสถานะ in-the-money บริษัทสามารถระดมทุนจากการเพิ่มสัดส่วนการกู้ยืมและ/หรือขายสัญญา O&M ระยะเวลา 30 ปี ให้แก่ BTSGIF ทั้งนี้ BTS ไม่มีส่วนเปิดความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย บริษัทสามารถผลักภาระต้นทุนดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นให้แก่รัฐบาลได้ อ้างอิงจากโครงสร้างการลงทุนร่วมกับภาครัฐในขณะนี้









