วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีโอไอเผยต่างชาติเล็งขยายการลงทุนในไทย

บีโอไอเผยนักลงทุนต่างชาติเตรียมขยายการลงทุนในไทย ระบุยังไม่มีชาติไหนเตรียมถอนการลงทุนในช่วงนี้

นายโชคดี แก้วแสง รองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า บีโอไอได้ศึกษาวิเคราะห์ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในประเทศไทย ประจำปี 2556 ซึ่งผลการสำรวจ พบว่า ในช่วงปี 2556 - 2557 นักลงทุนส่วนใหญ่ หรือ 63% มีแผนจะรักษาระดับการลงทุนในประเทศไทย และนักลงทุนประมาณหนึ่งในสาม หรือ 34% มีแผนที่จะขยายการลงทุนในประเทศไทย โดยนักลงทุนจากญี่ปุ่น จีน และสหภาพยุโรป เป็นกลุ่มที่มีแผนขยายการลงทุนในสัดส่วนที่สูงกว่าชาติอื่น

ทั้งนี้ จากการสำรวจไม่พบว่ามีนักลงทุนรายใดมีแผนจะถอนการลงทุนไปจากประเทศไทยในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการรักษาระดับ หรือขยายการลงทุน ได้แก่ ความพร้อมของอุตสาหกรรมสนับสนุนและวัตถุดิบ ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานในประเทศ รวมทั้งสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุนจากบีโอไอ เมื่อเปรียบเทียบปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนให้เกิดการลงทุนในไทยกับต่างประเทศ พบว่า ประเทศไทยมีปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการดำเนินธุรกิจสูงกว่าเมื่อเทียบกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่น ๆ (คะแนน 3.64 จากคะแนนเต็ม 5) เป็นรองเพียงสิงคโปร์ (3.79) แต่หากเปรียบเทียบกับประเทศนอกอาเซียน ประเทศไทยเป็นรองญี่ปุ่น (คะแนน 4.40) แต่มีความเอื้ออำนวยใกล้เคียงกับจีน (3.66)

นอกจากนี้ ผลการสำรวจยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติในไทย โดยนักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าผลประกอบการในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายได้รวม รายได้จากตลาดในประเทศ รายได้จากตลาดต่างประเทศ หรือผลกำไรในปี 2556 จะดีขึ้นกว่าปีก่อนหน้า และจะดียิ่งขึ้นต่อไปในปี 2557 ทั้งนี้ นักลงทุนมีความเชื่อว่าภาระหนี้สินในปี 2556 และ 2557 จะอยู่ในระดับทรงตัว

ผลการสำรวจยังพบว่า นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาตั้งกิจการในประเทศไทยแล้ว 13.6% มีความสนใจ หรือมีแผนที่จะขยายการลงทุนไปในต่างประเทศ โดยประเทศที่นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจมากที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมาร์ และมาเลเซีย ตามลำดับ

สำหรับผลสำรวจด้านความพึงพอใจต่อบริการที่ได้รับจากบีโอไอพบว่า นักลงทุนโดยรวมพอใจกับสิทธิประโยชน์ที่ได้จากบีโอไอ และพอใจกับการให้บริการออนไลน์จากบีโอไอ รวมทั้งพอใจกับบริการที่ได้รับจากศูนย์บริการวีซ่าและใบอนุญาตทำงาน

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนส่วนหนึ่งอยากให้บีโอไอพัฒนาเรื่องความรวดเร็วในการให้บริการ อาทิ ระยะเวลาในการพิจารณาอนุมัติส่งเสริม รวมทั้งเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ให้มากขึ้นเพื่อให้บริการได้รวดเร็วขึ้น ตลอดจนการให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา