พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ซื้อซองประมูลครบทุกประเภท
ประเด็นข่าว
วานนี้ (10 ก.ย.) กสทช.เปิดขายซองประมูลช่องทีวีดิจิทัลประเภทธุรกิจ 24 ช่อง เป็นวันแรก (ราคาซองละ 1.07 ล้านบาท) BEC เป็นหนึ่งในผู้เข้าประกอบการที่เข้าซื้อซองประมูลและซื้อมากที่สุดจำนวน 4 ซอง ครบทุกประเภทช่องรายการ ประกอบด้วย ช่อง HD ช่องวาไรตี้ ช่องข่าว และ ช่องเด็ก ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่นๆที่ซื้อซองประมูล ได้แก่ ช่อง 7 (ช่อง HD และช่องวาไรตี้) โรส มีเดีย (ช่องเด็ก) อินทัช (ช่องวาไรตี้) โพส (ช่องข่าว) และแกรมมี่ (ช่อง HD และช่องวาไรตี้) ทั้งนี้ กสทช. จะเปิดจำหน่ายซองประมูลทีวีดิจิทัลจนถึงวันที่ 12 ก.ย. และจะเปิดชี้แจงเอกสารการประมูลในวันที่ 15 ต.ค. เป็นลำดับต่อไป
ผลกระทบ
- ขยับตัวสมกับความเป็นผู้นำธุรกิจสื่อทีวีไทย แสดงถึงความพร้อมในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสื่อทีวีที่กำลังจะเกิดขึ้น เราประเมินว่า BEC จะได้ประโยชน์จากเข้าประมูลทีวีดิจิทัล ดังนี้ (1) เพิ่มช่องทางหารายได้ (2) ตัดคู่แข่งที่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้น (3) รักษาความเป็นผู้นำในธุรกิจสื่อทีวี (4) นำศักยภาพของบุคคลากรมาใช้ประโยชน์มากขึ้น และ (5) ลดความเสี่ยงจากการสิ้นสุดสัญญาสัมปทานเดิมที่กำลังจะหมดอายุในปี 2563
- เตรียมจ่ายค่าประมูลอย่างน้อย 1 พันล้านบาทในปีแรก จากสมมติฐานว่า BEC ชนะการประมูล 3 ช่อง (HD, วาไรตี้ และเด็ก ทั้งนี้ เพราะมีเกณฑ์กำหนดว่าผู้ประกอบการ 1 ราย ห้ามทำช่อง HD และช่องข่าวพร้อมกัน) อย่างไรก็ดี BEC มีความพร้อมทางด้านเงินลงทุนสูง ณ สิ้น 2Q56 มีเงินสดและเงินลงทุนชั่วคราวรวมกว่า 6 พันล้านบาท
- ต้นทุนเพิ่มกดดันกำไรปี 2557 เราเตรียมทบทวนประมาณการเมื่อทราบผลการประมูลทีวีดิจิทัลประมาณ เดือน ธ.ค. 56 – ม.ค. 57 เนื่องจากการทำช่องทีวีดิจิทัล 3 ช่อง จะทำให้ BEC มีต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 300 – 400 ล้านบาทต่อปี (ยังไม่รวมค่าคอนเทนต์) ในขณะที่คาดว่าจะยังไม่สามารถหารายได้จากค่าโฆษณามากนัก อย่างไรก็ดี BEC ยังมีตัวช่วยจากการเติบโตของธุรกิจเดิม (ช่อง 3) ที่เราคาดว่าปีหน้าจะมีกำไรเติบโต 355 ล้านบาทมาพอชดเชยได้









