แบงก์ออฟไชน่ารุกธุรกิจรายย่อยในประเทศไทย ขอธปท.ยกระดับเป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างชาติหวังขยายสาขา 20 แห่ง
นายพาน ซินหยวน ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารแบงก์ออฟไชน่า จำกัด สาขากรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ธนาคารมีความเชื่อมั่นใจศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย รวมถึงการเป็นศูนย์กลางของอาเซียน ธนาคารจึงขยายธุรกิจมามุ่งเน้นการให้บริการกับคนไทยรายย่อยมากขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ธนาคารมุ่งเน้นธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลักและเริ่มหันมาขยายธุรกิจรายย่อยด้วยธุรกิจบัตรเครดิตและบัตรเดบิตในปี 2554 โดยธนาคารเป็นหนึ่งใน 2 สถาบันการเงินต่างชาติที่อยู่ระหว่างขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในการยกระดับจากการเป็นสาขาธนาคารต่างชาติให้เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ (Subsidiary)
ทั้งนี้ เพื่อขยายช่องทางการให้บริการลูกค้าในประเทศไทย และรองรับการทำธุรกิจรายย่อยของธนาคารด้วย โดยคาดว่าจะใช้เวลาในการดำเนินการขอใบอนุญาตประมาณ 1 ปี หลังจากนั้นธนาคารจะเปิดสาขาให้ครบ 20 แห่งตามใบอนุญาตที่ได้รับ จากปัจจุบันมีธนาคารมีช่องทางการขายผ่านสาขาธนาคารที่มีเพียง 3 แห่ง และมีช่องทางการชำระผ่านสาขาธนาคารไทยพาณิชย์
ขณะเดียวกันธนาคารจะรุกตลาดรายย่อยด้วยการออกสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรีไฟแนนซ์ที่มีจุดเด่นในเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุดในระบบ โดยจะเน้นกลุ่มผู้มีรายได้ระดับกลางที่มีรายได้ตั้งแต่ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือนขึ้นไป ที่ต้องการที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งการจับกลุ่มลูกค้าระดับกลางทำให้ธนาคารไม่ต้องกังวลเรื่องหนี้ภาคครัวเรือนหรือภาระค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นจะกระทบกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า โดยธนาคารจะปล่อยกู้ต่อหลักประกันไม่เกิน 80% ของมูลค่าบ้าน และตั้งเป้าหมายว่าใน 3 ปีข้างหน้าจะมีพอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยประมาณ 5,000 ล้านบาท
ธนาคารแบงก์ออฟไชน่าถือเป็นธุรกิจธนาคารที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศจีน และเป็นผู้นำด้านสินเชื่อบ้านในประเทศจีนด้วย ที่ผ่านมาได้เข้ามาเปิดดำเนินการในประเทศไทยแล้วกว่า 20 ปี มุ่งเน้นธุรกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก









