"ออฟฟิศเมท"หั่นเป้ารายได้ปีนี้เหลือ 10% จากเดิมคาด 20% หลังควบรวมกิจการตัดขัด ส่งผลครึ่งปีแรกยอดบริการลด
นายวรวุฒิ อุ่นใจ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ออฟฟิศเมท จำกัด (มหาชน) (OFM) ผู้ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเครื่องเขียน และอุปกรณ์สำนักงาน เปิดเผยว่า บริษัทปรับเป้าหมายรายได้รวมปีนี้เป็น 10% จากต้นปีที่เคยประเมินการเติบโตของรายได้ไว้ที่ 20% สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลต่อกำลังซื้อ แม้สินค้าของบริษัทจะเป็นสินค้าที่มีความจำเป็นก็ตาม อีกทั้ง ในช่วงครึ่งปีแรก บริษัทได้มีการควบรวมกิจการ ทำให้เกิดกระบวนการย้ายสินค้าคงคลังต่างๆ ทำให้ไม่สามารถทำธุรกิจได้เต็มที่
นอกจากนี้ บริษัทได้เลื่อนเปิดตัวเว็บไซต์ E-Commerce จากเดิมในไตรมาส 3 ปีนี้ เป็นไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะความซับซ้อนของการรวมทุกธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัล รวมถึงบริษัทต้องการมั่นใจว่าทุกระบบจะสามารถดำเนินงานได้ดีก่อนที่จะเปิดตัว ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้ายอดขายออนไลน์ 4,000-5,000 ล้านบาทภายใน 3 ปีข้างหน้า
"ตัวออนไลน์ค่อนข้างมีอนาคต ตอนนี้คนส่วนมากมีมือถือ และออนไลน์อยู่ตลอดเวลา ซึ่งบริษัทก็คาดหวังว่าจากยอดสมาชิกที่มีอยู่ 10 ล้านคนนั้น บริษัทขอมาร์เก็ตแชร์แค่ 3% ก็น่าจะมีรายได้เข้ามาได้แล้วในปีแรก และปีต่อๆ ไปก็หวังว่าจะมีมาร์เก็ตแชร์อีก 10% ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไปทางนั้น กลยุทธ์การขายออนไลน์ของบริษัทจะใช้โปรโมชั่นมากกว่าหั่นราคา"
แนวโน้มผลประกอบการครึ่งปีหลัง จะดีกว่าครึ่งปีแรก รายได้รวมน่าจะเติบโตประมาณ 10% เพราะบริษัทจะรุกด้านการขายมากขึ้นจากปีที่แล้ว แต่ในส่วนของกำลังซื้อโดยรวมก็ยอมรับว่ายังคงชะลอตัวอยู่ ในปลายปีนี้ เว็บไซต์ของเครือเซ็นทรัลที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและให้บริการในรูปแบบใหม่กระตุ้นยอดขายได้
นายวรวุฒิ กล่าวเพิ่มว่า ปี 2557 บริษัทวางเป้ายอดขายเติบโต 15% ซึ่งยังไม่รวมรายได้จากการเติบโตของธุรกิจออนไลน์เข้ามา เพราะบริษัทจะเน้นกระตุ้นยอดขายมากขึ้น หลังจากที่ระบบทุกอย่างเข้าที่ อีกทั้งพื้นที่คลังสินค้าก็จะเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 ตารางเมตร จากปีนี้ที่มีพื้นที่คลังอยู่ที่ 72,000 ตารางเมตร และในไตรมาส 2 ปี 2557 เว็บไซต์ของออฟฟิศเมทเองที่ก็จะปรับรูปแบบแล้วเสร็จ ทำให้สามารถให้บริการสมาชิกได้เต็มที่
สำหรับธุรกิจของบีทูเอสนั้น บริษัทยังเชื่อมั่นว่ายังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง แต่จะต้องการปรับสัดส่วน และหน้าร้านบ้าง รวมถึงสร้างพื้นที่ในการจัดอีเวนท์เพิ่มขึ้นเพื่อสร้างกิจกรรมส่งเสริมการขายที่เข้ากับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้มากขึ้น
ทั้งนี้ผลประกอบการงวดไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 78 ล้านบาท ลดลง 24% จากไตรมาสแรกปีนี้ แต่เพิ่มขึ้น 26% จากงวดเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการวมธุรกิจของ ออฟฟิศ ดีโป, บีทูเอส และ ออฟฟิศเมท ส่วนยอดขายไตรมาส 2 ปีนี้ เพิ่มขึ้น 28% จากงวดเดียวกันปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 24.1% ในไตรมาสแรกปีนี้ และ 22.3% ในไตรมาส 2 ปี 2555 เป็น 25.3% เพราะมีการรวมระบบการจัดซื้อสินค้าของออฟฟิศ ดีโป กับ ออฟฟิศเมท
ด้านบทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ระบุว่า แนวโน้มผลประกอบการ 3 ปีนี้ บริษัท ออฟฟิศเมท จะเริ่มกลับเข้าสู่สู่ภาวะปกติ ซึ่งคาดจะทำให้ผลประกอบการฟื้นตัวเด่นชัดขึ้นใน 3 ปีนี้เป็นต้นไป ประสิทธิภาพการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นในด้านการรับคำสั่งซื้อสินค้าจากลูกค้า และการจัดส่งสินค้า กำไรสุทธิครึ่งปีแรก มีสัดส่วน 38% ของประมาณการกำไรทั้งปี จึงมีแนวโน้มปรับลดประมาณการลง แต่ยังคงคำแนะนำซื้อ เพราะเชื่อว่ามีศักยภาพเติบโตอย่างมีเสถียรภาพในระยะยาว จากการเป็นผู้นำตลาดสินค้าอุปกรณ์สำนักงาน









