ธปท.ยันพร้อมรับมือ "เฟด" หั่นคิวอี รับคาดเดายาก ชี้ต้นเหตุทำตลาดเงิน-ทุนผันผวน เตรียมปรับประมาณการเศรษฐกิจใหม่ในการประชุม กนง. 16 ต.ค.
นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยืนยันว่า ธปท.ได้เตรียมมาตรการรองรับไว้เรียบร้อยแล้ว ในกรณีที่ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ลง ในการประชุมวันที่ 17-18 ก.ย. นี้
สำหรับการแข็งค่าของเงินบาทเมื่อวานนี้ (3 ก.ย.) เธอมองว่า เป็นการแข็งค่าที่สอดคล้องกับค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค ส่วนการประชุม กนง. เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ที่ผ่านมา เป็นเพียงการอัพเดทสถานการณ์เศรษฐกิจไทยและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกให้กับ กนง. ได้รับทราบ และยืนยันว่า กรณีที่ กนง. เป็นห่วงเกี่ยวกับแผนการลดขนาดคิวอีของสหรัฐ พร้อมทั้งขอให้ ธปท. เตรียมมาตรการรองรับไว้นั้น ที่ผ่านมา ธปท. ได้เตรียมแผนรองรับไว้หมดแล้ว อย่างไรก็ตาม นางผ่องเพ็ญ ไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามาตรการที่เตรียมไว้มีอะไรบ้าง
นางสุชาดา กิระกุล ที่ปรึกษา ธปท. กล่าวยอมรับว่า ไม่เฉพาะ กนง.เท่านั้นที่เป็นห่วงต่อสถานการณ์ดังกล่าว เพราะหลายคนก็เป็นห่วงในเรื่องนี้ เนื่องจากไม่มีใครสามารถคาดเดาได้ว่า เฟด จะลดขนาดคิวอีลงเมื่อไหร่ ลดอย่างไร และลดขนาดเท่าไร สิ่งเหล่านี้ทำให้ตลาดเงินและตลาดทุนมีความผันผวนอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ เธอยังกล่าวว่า สิ่งสำคัญสุดที่เราต้องเตรียมความพร้อมเอาไว้ คือ เตรียมตัวเองให้มีความแข็งแกร่งพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องระบบสถาบันการเงิน วินัยการคลัง รวมถึงหนี้ภาคเอกชนและครัวเรือน ต้องไม่อยู่ระดับที่สูงจนถูกคนนำมาใช้เป็นจุดอ่อน เพราะเรื่องเหล่านี้มีผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
"เราไม่รู้ว่าคนจะรีแอ็คต่อมาตรการของเฟดอย่างไร และด้วยความที่ทุกอย่างไม่ชัดเจน เราก็ควรป้องกันตัวเองเอาไว้ก่อน ซึ่งสิ่งที่จะป้องกันตัวเองได้ดีที่สุด คือ ทำให้ตัวเราแข็งแรง มั่นคง และมีเสถียรภาพ เพราะไม่มีใครมาช่วยเราได้ นอกจากตัวเราเอง" นางสุชาดา กล่าว
คาดประชุม กนง.นัดถัดไป ถก ศก.ไทย
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า กรณีที่ เครดิต สวิส บริษัทวาณิชธนกิจชั้นนำของโลก ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยลงเหลือ 2.7% นั้น เรื่องนี้ถือเป็นมุมมองของเขาที่มีต่อเศรษฐกิจไทย ส่วนของ ธปท. นั้น ขณะนี้ยังไม่มีการปรับประมาณการใดๆ แต่ในการประชุม กนง. ครั้งถัดไปในวันที่ 16 ต.ค. นี้ ก็คงมีการทบทวนตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจไทยอย่างแน่นอน เพียงแต่จะปรับอย่างไรและไปทางไหนนั้น คงต้องขึ้นกับตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดที่นำมาใช้ในการพิจารณาด้วย
ส่วนกรณีที่ เฟด จะประชุมกันในวันที่ 17-18 ก.ย. นี้ เพื่อพิจารณาว่าจะลดขนาดการใช้มาตรการคิวอีลงหรือไม่ และส่งผลกระทบต่อไทยอย่างไรนั้น เขากล่าวว่า เรื่องนี้ยังประเมินได้ยาก เพราะว่าต้องรอให้เฟดประชุมและมีมติที่ชัดเจนออกมาก่อน อย่างไรก็ตาม ทาง ธปท. ยังคงติดตามดูสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และที่ผ่านมาก็ได้เตรียมมาตรการรับมือไว้บ้างแล้ว
"ก็คงต้องรอ เพราะของพวกนี้คาดเดายาก ส่วนใหญ่การปรับลดคิวอี จะกระทบต่อตลาดเงินมากกว่า ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนั้น ส่วนมาตรการรองรับทางด้านตลาดเงินต่อกรณีที่เฟดจะประชุมกันนั้น ก็มีเครื่องมือรองรับเยอะ ซึ่งเราก็ติดตามดูเป็นประจำ เพราะเรื่องนี้ก็เห็นกันมานานแล้ว ไม่ได้เพิ่งเกิด มีมาตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ค.ที่ เบอร์นันเก้ (ประธานเฟด) ออกมาพูด ทำให้ตลาดเริ่มตื่นตัวกัน ในส่วนของเราเองก็เตรียมรับมืออยู่แล้ว" นายเมธี กล่าว
มอร์แกนหั่นจีดีพีไทย-อาเซียน-โลก
มอร์แกน สแตนเลย์ บริษัทบริการการเงินระดับโลก ลดประมาณการเศรษฐกิจไทย และอาเซียน 4 ประเทศลง โดยได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่ให้ขยายตัวลดลง เหลือ 3.7% ในปีนี้ จากเดิมที่ประเมินว่า เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวที่ระดับ 4.7% ก่อนหน้านี้ เครดิต สวิส ธนาคารชั้นนำของยุโรปได้ปรับลดจีดีพีไทยลงเหลือ 2.7%
มอร์แกน สแตนเลย์ ยังได้ปรับลดอัตราการเติบโตเฉลี่ยของ 4 ประเทศอาเซียน คือ อินโดนีเซีย ไทย มาเลเซีย และ สิงคโปร์ ลดมาที่ระดับ 4.5% จากการประมาณการครั้งก่อน ที่ระดับ 4.8% โดยอ้างถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจในครึ่งแรกของปี ที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ รวมทั้งแนวโน้มข้างหน้าที่ไม่สดใส
ชี้อาเซียนได้รับผลกระทบเฟดหั่นคิวอี
นอกจากปัจจัยภายในของแต่ละประเทศแล้ว อาเซียนจะได้รับผลกระทบจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เตรียมลดขนาดการอัดฉีดเงิน หรือคิวอีเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจลง การชะลอตัวต่อเนื่องของเศรษฐกิจจีนจะมีผลทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ลดลง แต่ภาคการส่งออกของอาเซียน ก็อาจจะได้รับแรงส่งจากการฟื้นตัวของประเทศที่พัฒนาแล้ว
ในกรณีของไทย มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับการปรับตัวขึ้นของดอกเบี้ยที่แท้จริง เช่นเดียวกับที่อินโดนีเซียกำลังประสบอยู่ในขณะนี้ ฐานะดุลบัญชีเดินสะพัดที่อ่อนแอจะทำให้ประเทศไทยมีความเสี่ยงสภาพคล่องตึงตัว หากเฟดปรับลดมาตรการคิวอี นอกจากนี้ผลกระทบดังกล่าว จะทำให้ไทยไม่สามารถทำงบประมาณขาดดุลระดับสูงเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างที่เคยทำมาในอดีตได้
มอร์แกน สแตนเลย์ ยังได้ปรับลดประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกลงเหลือ 2.9% จากเดิมที่จะประเมินว่า จะขยายตัว 3.1% ในปีนี้







