"กิตติรัตน์"นั่งหัวโต๊ะ กล่อมผู้ชุมนุมสวนยางยุติการชุมนุม นัดหมาย 4 ก.ย. ทำเนียบรัฐบาล เปิดช่องเจรจาทุกข้อเรียกร้อง
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวหลังประชุมติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงของเกษตรกรชาวสวนยางพารา เพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ำ ร่วมกับ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และพลตำรวกเอกประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหน่วยงานด้านความมั่นคงว่า วันที่ 4 ก.ย.นี้ เวลา 14.00 น. ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ได้นัดหมายกับแกนนำกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางประมาณ 12-15 คน ที่เป็นกลุ่มที่ชุมนุมประท้วงอยู่ที่ อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช มาหารือกันที่ทำเนียบรัฐบาล
นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การหารือกับแกนนำเกษตรกรชาวสวนยางในวันดังกล่าวจะได้มีการชี้แจงผลการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางและแผนการยกระดับราคายางระยะยาวที่ กนย.ได้เสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองเศรษฐกิจไปก่อนหน้านี้และจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อสอบถามพูดคุยถึงข้อเรียกร้องที่เกษตรกรมีความต้องการเพิ่มเติม โดยจะนำข้อเสนอต่างๆของเกษตรกรไปหารือในที่ประชุม กนย.ในเช้าวันพฤหัสบดีที่ 5 ก.ย.ทันที เพื่อพิจารณาว่าจะสามารถช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเพิ่มเติมได้ตามข้อเรียกร้องหรือไม่
"ในส่วนของการที่เรียกร้องให้มีการประกันราคายางพารารัฐบาลก็ยังไม่ปิดประตูในเรื่องนี้ โดยพร้อมจะเจรจาและรับฟังในทุกเรื่องแต่ขอให้อยู่ในขอบข่ายการพูดคุยกันโดยการใช้เหตุผล"
สำหรับวงเงินที่จะเสนอขออนุมัติจากที่ประชุม ครม.ในการประชุมวันที่ 3 ก.ย.นี้จะขออนุมัติเฉพาะในส่วนที่ช่วยบเหลือปัจจัยการผลิตของชาวสวนยางรายย่อยที่มีพื้นที่ไม่เกิน 10 ไร่ ในราคาไร่ละ 1,260 บาท โดยวงเงินดังกล่าวจะขอจากงบกลางรายการสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นฯ ส่วนวงเงินสินเชื่อปรนที่จะเป็นการช่วยเหลือเงินกู้ให้แก่สถาบันเกษตรกรกู้เพื่อการแปรรูปยาง และ สนับสนุนเงินกู้ให้กับผู้ประกอบการแปรรูปยางพารากู้เพื่อใช้ขยายกำลังการผลิตและปรับเปลี่ยนเครื่องจักรในการผลิตยางพาราและผลิตภัณฑ์แปรรูป ไม่จำเป็นต้องขออนุมัติจาก ครม.เนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างรัฐบาลกับธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและมีการเตรียมการในการดำเนินงานแล้ว อย่างไรก็ตามมาตรการทั้งหมดจะได้มีการเสนอ ครม.รับทราบด้วย









