วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Up and Down รอตัวเลขเศรษฐกิจลุ้น QE

การรีบาวด์ของดัชนีตลาดฯรอบสั้นๆนี้ เป็นเพียงการปรับฐาน

คาดดัชนีฯ Up and Down แนวรับ1280/1270 จุด แนวต้าน 1300/1305 จุด เราคาดว่า นักลงทุนต่างชาติและสถาบันในประเทศ ยังคงชะลอลงทุนหรือขายลดพอร์ตสินทรัพย์เสี่ยง เช่น หุ้น ฯลฯ เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงจาก

1. ผลประชุมเฟด กลางเดือนนี้ มีความเป็นไปได้สูงที่อาจมีการลดขนาด QE โดยจะมีน้ำหนักมากขึ้น หากรายงานเศรษฐกิจสัปดาห์นี้ แสดงการแข็งแกร่งของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการจ้างงาน

2. ความเสี่ยงเศรษฐกิจโลกชะลอตัว จากราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น ยังคงมีความเป็นไปได้ หลังประธานาธิบดีโอบามาตัดสินใจจะโจมตีซีเรีย (แต่ต้องรอการอนุมัติจากรัฐสภา ประชุม 9 กันยายน) ส่งผลลบต่อไทย ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบสูงสุดในเอเชียแปซิฟิค และเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงต่อ GDP แย่ลง การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดปรับสูงขึ้น (ดูข้างใน)

ผลกระทบกรณีน้ำมันที่ปรับพุ่งขึ้นแรง หากเกิดสงครามยืดเยื้อ : การตัดสินใจของประธานาธิบดีโอบามา จะส่งผลให้เกิดแรงซื้อคืน หุ้นกลุ่มอิงน้ำมันดิบโลก เช่น PTTEP (ทุก $5 ของราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้น จะส่งผลให้ราคามี Upside อีก 11 บาท หรือ + 6% จากกรณีฐาน 186 บาท สมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบที่ $104/บาร์เรล) และขาย กลุ่มสายการบิน NOK AAV THAI (ทุก $1 ของราคาน้ำมันดิบปรับสูงขึ้น จะส่งผลต่อราคาพื้นฐานลดลง 2% 2.4% 5% ตามลำดับ ไม่รวมการป้องกันความเสี่ยงล่วงหน้าของแต่ละบริษัท ) ส่วนภาพรวมเศรษฐกิจเอเชีย ราคาน้ำมันดิบที่ปรับขึ้นทุกๆ $10/บาร์เรล จะส่งผลให้เศรษฐกิจของเอเชีย ลดลง 0.8 ppt เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1.4 ppt และดุลบัญชีเดินสะพัดต่อ GDP ลดลง 1% โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบเชิงลบสูงสุด คือ ไทย เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ อินเดีย

ทางเทคนิค : เราคงมุมมอง การรีบาวด์ของดัชนีตลาดฯรอบสั้นๆนี้ เป็นเพียงการปรับฐาน หลังดิ่งลงแรงจากระดับสูงสุด 1520 จุดลงมาที่ 1260 จุด และยังคงให้โอกาสของการปรับลดลงรอบใหม่ ยังคงมีเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า อิงกระแสเงินทุนต่างชาติ ยังคงไหลออกต่อเนื่อง และคาดว่าจะยังไม่ไหลเข้าจนกว่าดัชนีฯจะลงมาสู่ระดับที่น่าสนใจ แนวต้านอยู่ที่ 1307/1337 จุด (กรณีที่ดีสุดอยู่ที่ 1360 จุด ซึ่งให้น้ำหนักโอกาสเกิดขึ้นน้อย)