วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

นักเศรษฐศาสตร์ชี้จีดีพีปี57-63ต่ำ5.6%

กรุงเทพโพลล์ เผย นักเศรษฐศาสตร์ประเมินจีดีพีปี 2557-2563 โตน้อยกว่า 5.63% ระบุหนี้ครัวเรือนน่าห่วงที่สุด

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพลล์) ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ เรื่อง "จีดีพีกับหนี้สาธารณะ" พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ 65.5% เห็นว่าในช่วงปี 2557-2563 ซึ่งเป็นช่วงที่รัฐบาลมีแผนจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานตาม พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ และ พ.ร.บ.ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เศรษฐกิจไทยมีโอกาสกว่า 50% ที่จะขยายตัวเฉลี่ยน้อยกว่า 5.63% ต่อปี (จีดีพี ณ ราคาประจำปี)ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวเฉลี่ยในช่วง 16 ปีที่ผ่านมา

ส่วนจะมีโอกาสมากน้อยเพียงใดที่จีดีพีจะขยายตัวน้อยกว่า 4% ต่อปี นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ 57.4% บอกว่ามีโอกาสมากกว่า 50% นั่นหมายความว่ามีโอกาสมากกว่าครึ่งเช่นกันที่สัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจะเกิน 50% ตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ 85.2% คิดว่ารัฐบาลยังคงต้องใช้งบประมาณแบบขาดดุลอยู่ในปี 2560 มีเพียง 11.5% ที่คิดว่ารัฐบาลน่าจะใช้งบประมาณแบบสมดุลได้ตามที่ได้วางแผนไว้ และนักเศรษฐศาสตร์มากถึง 90.2% เชื่อว่ามีโอกาสมากกว่า 50% ที่รัฐบาลในช่วงปี 2560-2563 จะใช้งบประมาณแบบขาดดุลเหมือนเดิม

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่า ระหว่างหนี้สาธารณะหนี้ภาคเอกชนและหนี้ครัวเรือนหนี้อะไรน่าเป็นห่วงที่สุด 63.9% บอกว่า หนี้ครัวเรือนน่าห่วงที่สุด รองลงมา 31.1% หนี้สาธารณะน่าห่วงที่สุด ขณะที่หนี้ภาคเอกชนไม่มีนักเศรษฐศาสตร์คนใดที่เห็นว่าน่าห่วง

สุดท้ายเมื่อถามว่า "หากรัฐบาลจะใช้นโยบายงบประมาณรายจ่ายสมดุลอย่างยั่งยืน" ในช่วงปี 2560 เป็นต้นไป รัฐบาลต้องดำเนินการอะไรบ้างในตอนนี้ อันดับ 1 เห็นว่าต้องหยุด เลิก โครงการประชานิยมต่างๆ ที่อยู่ในลักษณะชดเชยราคา การโอนความมั่งคั่ง ชเนื่องจากโครงการในลักษณะนี้เป็นโครงการที่ไม่ช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการผลิตให้สูงขึ้น อันดับ 2 เห็นว่าต้องลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ ช่วยสร้างรายได้ให้กับรัฐเมื่อโครงการแล้วเสร็จ หรือช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน

อันดับ 3 เร่งรัดการจัดเก็บภาษี การเพิ่มภาษี ต้องรีบผ่าน พ.ร.บ. กู้เงินลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน พร้อมกับลดรายจ่ายไปด้วย

อันดับ 4 ต้องมีวินัยทางการคลัง มีการติดตามการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่อง อันดับ 5 ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างจริงจัง และ อันดับ 6 อื่นๆ ได้แก่ เร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการบริโภค การลงทุน ขยายกำลังซื้อในประเทศ ปรับเปลี่ยนวิธีใช้งบประมาณ คงต้องใช้งบประมาณแบบขาดดุลไปก่อน และคนไทยต้องอยู่อย่างพอเพียงช่วยตัวเองได้

กรุงเทพโพลล์ ร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 31 แห่ง จำนวน 61 คน โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 22 —28 สิงหาคมที่ผ่านมา