วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บีจีเอชตั้ง3บริษัทรุกตลาดเพื่อนบ้าน

โรงพยาบาลกรุงเทพ หรือบีจีเอชเปิด 3 บริษัทย่อยทำธุรกิจแล็บและเครื่องมือแพทย์ในพม่า ลาว กัมพูชา หวังศึกษาตลาด ปูทางสู่การเปิดโรงพยาบาล

น.พ.ชาตรี ดวงเนตร ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ-การแพทย์ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) (BGH) เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนลงทุนเปิดกิจการโรงพยาบาลในประเทศเพื่อนบ้าน โดยมองประเทศพม่าเป็นประเทศเป้าหมายอันดับ 1 เพราะมีการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยว และนักลงทุน ประกอบกับมีบุคลากรการแพทย์ที่ใกล้เคียงกับไทย รองลงมาคือกัมพูชา และลาว การตั้งร.พ.ต้องใช้เวลา เพราะต้องศึกษาเรื่องกฎหมายให้แน่ชัด บริษัทจึงจะเข้าไปทำธุรกิจแล็บ และการดูแลเครื่องมือแพทย์ใน 3 ประเทศนี้ก่อน เพื่อศึกษาและทำความคุ้นเคยกับตลาด

โดยบริษัทตั้งบริษัทย่อย 3 บริษัท โดยถือหุ้นผ่านบริษัท เอ็น เฮลท์ เอเชีย ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในสิงคโปร์ เพื่อทำธุรกิจแล็บและการดูแลเครื่องมือแพทย์ ประกอบด้วย บริษัท เอ็น เฮลท์ เมียนมาร์ ในประเทศพม่า ทุนจดทะเบียน 5 แสนดอลลาร์ ซึ่งบริษัทย่อยจะถือหุ้น 60% บริษัท เอ็น เฮลท์ ลาว ตั้งอยู่ในประเทศลาว ทุนจดทะเบียน 2 แสนดอลลาร์ ถือหุ้นโดยบริษัทย่อย 70% และบริษัท เอ็น เฮลท์ กัมพูชา ในประเทศกัมพูชาทุนจดทะเบียน 3.2 แสนดอลลาร์ ถือหุ้นโดยบริษัทย่อย 100%

"การลงทุนในธุรกิจแล็บและเครื่องมือแพทย์นี้ ทำให้บริษัททำความรู้จัก ความคุ้นเคยกับตลาดและพันธมิตรในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะเข้าไปลงทุนเปิดโรงพยาบาล ซึ่งเบื้องต้นคงจะเปิดในเมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าก่อน ก็ต้องรอความชัดเจนทางด้านกฎหมายก่อน เพราะปัจจุบันกฎหมายพม่ากำหนดให้ต่างชาติถือหุ้นได้ไม่เกิน 50% แต่หากจะลงทุนบริษัทต้องการถือในระดับ 70%" น.พ.ชาตรี กล่าว

เขากล่าวว่า การลงทุนในพม่า ยังไม่รวมอยู่ในงบลงทุนของปีนี้ที่ตั้งไว้ 7 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงบสำหรับการเปิดโรงพยาบาลใหม่ และการซื้อกิจการโรงพยาบาล ตามแผนบริษัทจะเพิ่มโรงพยาบาลใหม่อีก 20 แห่งภายในปี 2558 แต่อาจจะทำได้เร็วขึ้นเป็นปลายปี 2557 โดยล่าสุดบริษัทได้จัดตั้งบริษัท สมิติเวช ชลบุรี เพื่อก่อสร้างโรงพยาบาลเอกชน ที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี ทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท โดยบริษัทเป็นผู้ถือหุ้น 100%

ขณะนี้บริษัทมีดีลการซื้อกิจการอยู่หลายแห่ง เพราะมีโรงพยาบาลหลายแห่งต้องการให้บริษัทเข้าไปซื้อกิจการ แต่บริษัทก็ต้องศึกษาโดยดูทำเลที่ตั้งเป็นหลัก ซึ่งหากสามารถสรุปได้ อาจจะได้เห็น 1 ดีลภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ส่วนเงินลงทุนหลักๆ จะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และการออกหุ้นกู้ ซึ่งได้ออกไปแล้วตั้งแต่ช่วงต้นปี สำหรับผลการดำเนินงานทั้งปีของปีนี้ บริษัทยังมั่นใจว่ากำไรจะโต 12% ขณะที่รายได้โต 12-13%

บล.ฟินันเซีย ไซรัส วิเคราะห์ว่า ผลการดำเนินงานของบีจีเอช ช่วงไตรมาส 2 ออกมาตามคาด จึงยังคงประมาณการกำไรปกติปีนี้ไว้ที่ 6.81 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.2% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา หลังจากที่ได้ปรับลดลงไปแล้วก่อนหน้านี้ โดยยังคงมุมมองเชิงบวกต่อคาดการณ์การเติบโตของกำไรปกติในช่วง 5 ปีข้างหน้าที่ระดับ 16.7% และยังคงเลือกเป็นหุ้นท็อปพิค (TOP PICK) ของกลุ่ม เพราะมีความพร้อมมากที่สุดสำหรับการเปิดประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอนาคต