ยังต่ำกว่า 1,340 จุด ให้น้ำหนักดีดขึ้นแค่ Rebound โดยมีเป้าหมุนลง 1,270/ 1,230 จุด
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ การขยับออกมาเคลื่อนไหวของสหรัฐ และสันนิบาตอาหรับในประเด็นซีเรีย ทำให้ความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตการณ์ทางการเมืองในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างมาก และจะเพิ่มแรงกดดันให้กับการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นเอเชีย และไทยในฐานะ Risky Asset มากขึ้นไปอีก ทั้งนี้แม้ว่าในรายนาที SET จะมีสัญญาณ Bullish Divergence ในรายนาทีให้เห็น ทำให้ในพื้นที่ต่ำกว่า 1,300 จุด ของ SET อาจมีการ Rebound ให้เห็นในระหว่างวันได้บ้าง แต่เรายังคงมองว่าตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,340 จุดได้ การดีดตัวขึ้นมาของ SET เป็นเพียงแค่การ Technical Rebound เพื่อลงต่อเท่านั้น ขณะที่ประเด็น พ.ร.บ.เงินกู้ 2.2 ล้านล้านบาท เราไม่ให้น้ำหนักในฐานะปัจจัยบวกแล้ว หลังจากที่ล่าสุดกำหนดการที่แน่นอนว่าสภาฯจะพิจารณาเมื่อไรยังคงไม่มีออกมา
ในทางเทคนิคเราประเมินว่าภายในสัปดาห์นี้ถ้า SET ยังคงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,340 จุดได้ SET มีโอกาสปรับตัวลงไปที่บริเวณ 1,270 จุดในกรณีปกติ และบริเวณ 1,230 จุดในกรณีเลวร้าย โดยที่ SET จะได้รับแรงกดดันเพิ่มเติมจากการที่ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (19-23 ส.ค.) อัตราการขยายตัวของกำไรสุทธิในปี 2556 ของตลาดหุ้นไทยถูก Bloomberg ปรับประมาณการลง 2.4% WoW มาอยู่ที 10.5% YoY เทียบกับค่าเฉลี่ยของ MSCI Asia ex Japan ที่ถูกปรับประมาณการลง 0.6% WoW สู่ระดับ 5.1% YoY ทั้งนี้หุ้นที่ถูก Bloomberg ปรับประมาณการกำไรสุทธิในปี 2556 ขึ้นมากที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมาคือ KTC (+28%) และ WHA (+28%) ขณะที่หุ้นที่ถูกปรับประมาณการลงมากที่สุดคือ SSI (-150%) และ STA (-7%)
กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) ตราบใดที่ SET ยังคงไม่สามารถกลับไปยืนเหนือ 1,340 จุดได้ นักลงทุนที่ขายไปแล้ว แนะนำ “ถือเงินสด 100%” ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (1-3 เดือน) แนะนำ “ถือหุ้น” 50% ในหุ้นกลุ่ม Net Cash ได้แก่ INTUCH, INET, MODERN, STEC, SRICHA, PTTEP และ STANLY









