ลงต่อ โดยกลุ่มน้ำมันอาจช่วยหนุนตลาดชั่วคราว
คาดดัชนีฯ ลงต่อ แนวรับ 1315/1300 จุด แนวต้าน 1337/1350 จุด ปัจจัยลบ ระยะสั้น จะมาจากการขึ้นเครื่องหมาย XD ของ 22 บจ.วันนี้ (เด่นๆ ได้แก่ BJC ROJNA CCET AH ฯลฯ ส่วนปัจจัยลบ ระยะกลางมาจาก
1. ต่างชาติยังคงมุมมองเชิงลบต่อกระแสเงินทุนไหลออกจากกลุ่ม TIPs เห็นได้จาก Goldman Sachs ปรับประมาณค่าเงินสกุล TIPs (เงินบาท รูเปียะห์ ริงกิต) เทียบดอลล์สหรัฐฯ ช่วง 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือนข้างหน้า อ่อนค่าลงตามลำดับ โดยคาดเงินบาทอยู่ที่ 33 บาท 32.5 บาท และ 32 บาท (Vs 31.30 31.0 และ30 บาทตามลำดับ)
2. นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการลดขนาด QE ยังคงมีโอกาสเกิดขึ้นในการประชุมเฟด 17-18 ก.ย. ส่งผล ต่างชาติมีแนวโน้มลดพอร์ตลงทุนต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดหุ้นในประเทศที่มีความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัว ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง นำโดย อินเดีย อินโดนีเซีย และ ไทย มาเลเซีย ฯลฯ
3. ความเสี่ยง จากการเกิดสงครามในซีเรีย หลังสหรัฐฯส่งสัญญาณว่า ซีเรียมีการใช้อาวุธเคมีจริงในการปราบกลุ่มต่อต้าน ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดวิกอุปทานน้ำมันดิบ (+PTTEP ที่มี High Correlation กับราคาน้ำมันดิบ และกลุ่มโรงกลั่น TOP PTTGC จากแนวโน้ม Stock Gain) และทองคำ ในฐานะที่เป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (วานนี้ ราคาทองคำแตะ $1400ดอลล์ต่อออนซ์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ มิ.ย.) และกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจไทย ในฐานะที่เป็นผู้นำเข้า และกลุ่มสายการบิน (มีน้ำมันเป็นต้นทุนขาย 35-40% โดย THAI มีสัดส่วนต่อต้นทุนดำเนินงานรวม เท่ากับ 40% AAV 44% NOK 36% ส่วนการป้องกันความเสี่ยงเรื่องราคาน้ำมัน THAI ทำไว้ 90% AAV NOK ทำไว้ที่ประมาณ 30%) และกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง รวมถึง TASCO
ทางเทคนิค : ระยะสั้น การไม่สามารถผ่านแนวต้านที่ 1370 จุดขึ้นไปได้ในสัปดาห์ก่อน เป็นการะสะท้อนว่า ตลาดฯ เลือกที่จะปรับลงต่อในสัปดาห์นี้ และมีโอกาสสูงที่ลงมาสร้างจุดต่ำสุดใหม่กว่า 1325.78 จุด ซึ่งปัจจุบันเป็นจุดต่ำสุดรอบเกือบ 8 เดือน (ต่ำสุดถัดไป คือ 1313.68 จุด เมื่อ 30/11/55) จากอิทธิพลของแรงกดของกรอบขาลง Down Channel ใหญ่ 1200-1450 จุด โดยมีแนวรับลุ้นรีบาวด์เป็นรอบๆ ที่ 1300/1280 จุด









