วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์แข่งเดือด!แย่งพนง.ใช้เงินเดือนล่อ

แบงก์เปิดสงครามแย่งพนง.สายงานเอสเอ็มอี-ธุรกิจต่างประเทศ ใช้ราคาเป็นหลัก กสิกรไทยเปิดรับเพิ่ม 4.5 พันอัตราในปีนี้ จบใหม่ให้สูงกว่า 1.5 หมื่น

นายสุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า การแข่งขันในการแย่งทรัพยากรบุคคลระหว่างธนาคารพาณิชย์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาธนาคารมีอัตราการลาออกของพนักงานของธนาคารที่ระดับ 12% เพิ่มขึ้นจากช่วง 2-3 ปีก่อนที่มีอัตราการลาออกอยู่เพียง 4-5% เท่านั้น ซึ่งจากการทำสำรวจทางโทรศัพท์ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้เทียบกับธนาคารแห่งอื่นพบว่า ธนาคารกสิกรไทยมีอัตราการลาออกคิดเป็น 8.45% รองจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาที่มี 8.80% ธนาคารไทยพาณิชย์อยู่ที่ 7.02% ส่วนธนาคารกรุงเทพและธนาคารกรุงไทยอยู่ที่ 5%และ 1.47% ตามลำดับ ด้วยการใช้กลยุทธ์ด้านราคาเป็นยุทธศาสตร์หลัก

"การแข่งขันที่เกิดขึ้นอยู่ในสายงานที่ธนาคารมีความแข็งแกร่งค่อนข้างมาก เช่นสายงานด้านเอสเอ็มอีที่โดนค่อนข้างมาก รวมถึงสายงานสร้างรายได้อื่น ๆ เช่นเจ้าหน้าที่ดูแลความสัมพันธ์ลูกค้ารวมถึงงานด้านต่างประเทศที่มีความขาดแคลนอีกด้วย โดยพนักงานบางรายได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 50% 80% หรือบางคน 100% จนเริ่มต้องคิดว่าการแย่งคนไปมาจะทำให้ต้นทุนสูงกกว่าศักยภาพพนักงานหรือไม่ ซึ่งกลไกที่เกิดขึ้นนี้ไม่รู้จะไปถึงไหนและจะหยุดยังไง"

อย่างไรก็ตาม ธนาคารมีความสามารถในแข่งขันด้านทรัพยากรบุคคล โดยได้ปรับการรับพนักงานเช่นกันตอบรับผลการรับสมัครได้ภายใน 3 วันทำการ รวมถึงการจ่ายผลตอบแทนให้กับพนักงาน ที่ผ่านมาธนาคารได้ปรับขึ้นอัตราผลตอบแทนแรกเข้ามา 2 ครั้งแล้วนับตั้งแต่รัฐบาลมีนโยบายขึ้นค่าครองชีพสำหรับผู้จบปริญญาตรี โดยในเดือนสิงหาคมเพิ่งมีการปรับขึ้นไปสำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีใกล้ระดับ 14,500 บาท ไม่รวมค่ารองชีพอีก 2,500 บาท และโบนัสที่จะขึ้นกับผลประกอบการ ทั้งนี้ จะขึ้นกับวุฒิการศึกษาว่าจบจากสถาบันใด สาขาใด ซึ่งรวมแล้วจะสูงกว่า 15,000 บาทแน่นอน ซึ่งธนาคารบางแห่งก็ได้ปรับแล้วเช่นกัน

รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวอีกว่า จำนวนพนักงานธนาคาร ณ เดือนกรกฎาคม 2556 อยู่ที่ 19,000 คน เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2012 ที่มี 17,404 คน และจากในอดีตภายหลังวิกฤติเศรษฐกิจธนาคารมีพนักงาน 11,253 คน ณ สิ้นปี 2549 และเริ่มเพิ่มจำนวนหลังจากนั้นมา กว่า 50% อยู่ตามสาขาของธนาคาร เนื่องจากบุคลลากรที่เพิ่มขึ้นจะล้อไปกับจำนวนสาขาของธนาคารที่เริ่มขยายเพิ่มตั้งแต่ปี 2550 โดยสิ้นเดือนมิถุนายนปีนี้ธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 850 แห่งจากปีก่อนที่มี 846 แห่ง และจากสิ้นปี 2549 ธนาคารมีสาขา 582 แห่งทั่วประเทศ โดยในแต่ละปีอัตราการรับพนักงานใหม่เข้ามาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากช่วงปี 2553-2554 ปีละ 3,000 คน ในปีนี้ธนาคารมีความต้องการรับพนักงานเพิ่มถึง 4,500 คน โดย 30% เพื่อรองรับปริมาณงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น และอีก 70% เพื่อรองรับพนักงานที่ลาออกไป แต่ความสามารถในการรับได้จริงอยู่ที่ 90% ของความต้องการเท่านั้น