โรบินสัน คาดรายได้ทั้งปี 18% ตามเป้า เชื่อกำลังซื้อครึ่งปีหลังฟื้น เตรียมทุ่มงบการตลาดครึ่งปีหลังหวังกระตุ้นยอดขาย มั่นใจกำไรดีกว่าปีก่อน
นายปรีชา เอกคุณากูล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน) หรือ ROBINS เปิดเผยว่า บริษัทคาดหวังว่าจะสร้างยอดขายในช่วงครึ่งปีหลังให้เป็นไปตามเป้าหมาย โดยต้นปีที่ผ่านมาบริษัทได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากยอดขายเติบโต 18% จากปีก่อนที่ทำได้ 2.1 พันล้านบาท ในส่วนของกำไรสุทธิมั่นใจว่าจะดีกว่าปีก่อนหน้าที่ทำได้ 2,063 ล้านบาท แม้ว่าในส่วนของรายได้จะไม่ถึงเป้าที่ 18% ก็ตาม
"เราจะพยายามทำรายได้ให้เป็นไปตามเป้าหมาย หรือถ้าหากไม่เป็นไปตามนั้นก็คงลดลงไม่เยอะ 1-2% เนื่องจากภาวะกำลังซื้อที่ชะลอตัวในช่วงครึ่งปีแรก แต่เราเชื่อว่าครึ่งปีหลังการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆจะมีมากขึ้น และดูจากแนวโน้มในไตรมาส 3 นี้ภาวะกำลังซื้อก็มีการฟื้นตัวขึ้นจากครึ่งปีแรก ซึ่งเชื่อว่ากำไรสุทธิปีนี้จะดีกว่าปีก่อนแน่นอน"
ขณะเดียวกันบริษัทมีเป้าหมายจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 24.6% ซึ่งเป็นอัตรากำไรขั้นต้นของปีก่อน ส่วนอัตรากำไรสุทธิอาจจะปรับตัวลดลงบ้างจากปีก่อนที่อยู่ที่ 9.% เนื่องจากบริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น แต่การเติบโตของกำไรจะยังดีกว่าปีก่อน
สำหรับความคืบหน้าในการขยายสาขาต่างประเทศนั้น ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาการเปิดสาขาในประเทศแถบอาเซียน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นประเทศเวียดนามกับมาเลเซีย โดยจะได้ข้อสรุปในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ส่วนรูปแบบในการเข้าไปเปิดสาขายังอยู่ระหว่างการหารือกันภายในว่าจะเป็นในลักษณะใด
ส่วนสาขาในประเทศ ช่วงไตรมาส 4 บริษัทจะเปิดอีก 2 สาขาในปีนี้ คือ โรบินสัน อุบลราชธานี และโรบินสัน ไลฟสไตล์เซ็นเตอร์ สกลนคร รวมทั้งปีนี้ในประเทศเปิด 5 สาขา ภายใต้งบลงทุน 3.7 พันล้านบาท ขณะที่ในปีหน้าบริษัทมีแผนจะเปิดอีก 5 สาขาครอบคลุมทุกภูมิภาคในประเทศ โดยได้เตรียมงบลงทุน 4.5 พันล้านบาท ซึ่งเงินลงทุนจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทฯ ส่วนจะเปิดที่จังหวัดใดบ้างนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดย 5 สาขาที่จะเปิดในปีหน้าดังกล่าว จะเป็นสาขาขนาดใหญ่ (โรบินสันไลฟ์สไตล์ เซ็นเตอร์) จำนวน 2 สาขา
นายปรีชา กล่าวอีกว่า บริษัทได้เตรียมงบการตลาดกว่า 300 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนในด้านการตลาดช่วงครึ่งปีหลัง โดยเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อให้สอดคล้องกับบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงครึ่งปีแรก โดยบริษัทจะเน้นจัดงานอีเวนท์ขนาดใหญ่ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากกว่า 30 งาน โดยให้แต่ละงานมีความแตกต่างกันเพื่อสอดรับกับไลฟสไตล์ของลูกค้าในแต่ละพื้นที่









