ทรูแจ้งเลื่อนประชุมผุ้ถือหุ้นขอมติตั้งกองอินฟราฟันด์ ชี้มีต้องศึกษารายละเอียดก่อน นักวิเคราะห์เผยทรูกังวล กสท.ฟ้อง คาดอาจเพิ่มทุน
ศาสตราจารย์พิเศษอธึก อัศวานันท์ รองประธานกรรมการ และหัวหน้าคณะผู้บริหารด้านกฎหมาย บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า ตามที่บริษัทได้กำหนดให้มีการจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 ในวันที่ 12 กันยายน 2556 เพื่อพิจารณาการเข้าทำธุรกรรมในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท
โดยกำหนดให้วันที่ 7 สิงหาคม 2556เป็นวันกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิเข้าร่วมประชุม (Record Date) และ วันที่ 8 สิงหาคม 2556เป็นวันรวบรวมรายชื่อผู้ถือหุ้น โดยวิธีปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น ตามมาตรา 225 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น) ความละเอียดปรากฏตามหนังสือที่อ้างถึงนั้น
บริษัท พบว่าการเข้าทำธุรกรรมกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก และเพื่อให้ที่ปรึกษาทางการเงินอิสระมีเวลาเพียงพอ ที่จะทำการศึกษาเพื่อให้ความเห็นต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เกี่ยวกับธุรกรรมการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์อันเนื่องมาจากการเข้าทำธุรกรรมกับกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบริษัทฯ จึงเห็นควรให้เลื่อนวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 ออกไปก่อน
ทั้งนี้ ภายในเดือนกันยายน 2556 บริษัทจะทำการกำหนดวันที่จะจัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2556 ครั้งใหม่ รวมถึงข้อสรุปเกี่ยวกับวัน Record Date และ วันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น และจะแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบต่อไป
บล.ทรีนิตี้ วิเคราะห์ว่า แนวโน้ม กองทุนโครงสร้างพื้นฐานของทรู อาจจะต้องเลื่อนออกไป ซึ่งจากการสอบถามข้อมูลจากนักลงทุนสัมพันธ์ของทรู ในเบื้องต้น พบว่าคณะอนุญาโตตุลาการ มีคำสั่งยกฟ้องกรณี บริษัท กสท โทรคมนาคม หรือ กสท (cat) เรียกร้องกรรมสิทธิ์ในเสาโทรคมนาคมจำนวน 4,500 ต้น จากเสาทั้งสิ้นราว 13,000 ต้น ที่ทรู เตรียมนำเข้า นำทรัพย์สินเข้าไว้ในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม กสท ยังมีโอกาสยื่นฟ้องอีกครั้ง หลังหมดสัมปทาน และ สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยังคงให้น้ำหนักประเด็นความชัดเจนในกรรมสิทธิ์ของเสาโทรคมนาคม ส่งผลให้คาดว่า แผนการจัดตั้งกองทุนมีแนวโน้มเลื่อนออกไปอย่างน้อยหลังหมดสัมปทาน ในวันที่ 15 กันยายนและจนกว่าจะได้ความชัดเจนในกรรมสิทธิ์ของเสาโทรคมนาคม
ด้านบล.เอเซียพลัส กล่าวว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 นั้นทรูมีการขาดทุนสุทธิ 3.1 พันล้านบาท มากขึ้นถึง 3 เท่าจากไตรมาสที่ 1 เป็นผลมาจากการอัดฉีดงบโฆษณาที่สูงขึ้น โดยธุรกิจทรูโมบาย ขาดทุนปกติเพิ่มขึ้น 28 %จากไตรมาสก่อน เนื่องจากการใช้งบโฆษณาสู้กับคู่แข่ง ขณะที่รายได้ค่าบริการทรงตัวตามผลของช่วโลว์ซีซั่น ทรูออนไลน์ กำไรยังคงทรงตัว แม้จะมีรายได้เพิ่มขึ้น 1.8 % จากไตรมาสก่อน ตามการเติบโตของสมาชิกใหม่ แต่ในส่วนทรูวิชั่น ขาดทุนเพิ่มขึ้น 71 ล้านบาทจากไตรมาสก่อน จากรายได้ค่าสมาชิกลดลง
ส่งผลให้ทรูขาดทุนทั้งปีในปีนี้ประมาณ7.7พันล้านบาท แต่จะสามารถลดการขาดทนได้ในปี255775 % โดยคาดว่าการขาดทุนของทรูนั้นน่าจะลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2 และรายได้ค่าบริการไตรมาสที่ 3 นั้นจะดีขึ้นจากไตรมาสที่2 และจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม สำหรับผลจากการขาดทุนของทรูในปี2556 และแนวโน้มที่จะขาดทุนต่อเนื่องในปี2557นั้น จะเป้นตัวฉุดให้ส่วนของผู้ถือหุ้นในสิ้นปี2557ติดลบ และอาจส่งผลให้ทรูเข้าข่ายบรัทที่ต้องฟื้นฟูกิจการทันที ทำให้คาดว่าทรูต้องเร่งตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานให้ได้ในปันี้หรือต้นปีหน้า เพื่อรับรู้กำไรพิเศษจากการตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมาพยุงส่วนของผู้ภือหุ้นให้เป็นบกวก แต่ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด หากไม่สามารถจัดตั้งกองทุนได้ ทรูอาจต้องดำเนินการเพิ่มทุนอีกครั้ง








