วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยุคล'ดันส่งออกนมแปรรูปตลาดอาเซียน

"ยุคล"ดันส่งออกนมแปรรูป ไปตลาดอาเซียน-จีนตอนใต้ มองอุตสาหกรรมผลิตนมโคในประเทศเริ่มตึงตัว ปริมาณบริโภคนมพาสเจอร์ไรลดลง

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการพัฒนาโคนมและผลิตภัณฑ์อย่างครบวงจร ว่าที่ประชุมได้มีการหารือกันถึงโอกาสการขยายตลาดส่งออกนมแปรรูปยูเอสที และนมข้น ที่ผลิตในประเทศไทยไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะในตลาดเพื่อนบ้าน และตลาดมณฑลยูนาน ทางตอนใต้ของประเทศจีน

นายยุคลกล่าวว่าคุณภาพผลิตภัณฑ์นมแปรรูปของไทยได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากตลาดในอาเซียน และตลาดทางตอนใต้ของจีน โดยในขณะนี้ทางตอนใต้ของจีนนิยมดื่มนมแปรรูปยูเอชทีจากประเทศไทย ขณะที่ในเมียนมาร์มีความนิยมนมข้นของไทยและมีการเริ่มส่งไปขายได้หลายยี่ห้อ จึงเห็นควรว่าเป็นโอกาสในการส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีการส่งออกผลิตภัณฑ์นมแปรรูปมากขึ้น สอดคล้องกับภาวะการจำหน่ายนมในประเทศที่มีการผลิตน้ำมมดิบปีละประมาณ 1.1 ล้านตันต่อปีเริ่มมีความตรึงตัวการส่งออกผลิตภัณฑ์นมของประเทศไทยออกไปนอกประเทศจึงจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรและอุตสาหกรรมโคนมได้ในระยะยาว

"สถานการณ์ของตลาดนมในขณะนี้เริ่มตรึงตัวมากขึ้น ส่วนหนึ่งมาจากการผลิตน้ำมนมดิบที่มีปริมาณ 3,060 ตันต่อวัน และมีการแบ่งไปทำนมโรงเรียน 1,200 ตันต่อวัน ในส่วนนี้พบว่ามีการบริโภคนมโรงเรียนลดลงปีละประมาณ 1 แสนตันต่อปี เนื่องจากจำนวนนักเรียนน้อยลงในแต่ละปี ดังนั้นในอนาคตการแข่งขันในส่วนของการจำหน่ายนมโคในเชิงพาณิชย์ก็จะสูงขึ้น นอกจากนั้นยังนมพาสเจอร์ไรยังมีการแข่งขันกับนมถั่วเหลือง และการนำเข้านมผงจากต่างประเทศ อีกด้วยดังนั้นหากสามารถส่งออกผลิตภัณฑ์นมประเภทต่างๆไปยังภายนอกมากขึ้นก็จะเป็นทางออกของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว"นายยุคลกล่าว

สำหรับการทำงานเพิ่มส่งเสริมอุตสาหกรรมโคนมทั้งระบบได้ให้นโยบายว่าให้เอาการตลาดนำอุตสาหกรรมและวางแผนการผลิตให้สอดคล้องกับตลาด โดยได้ให้นโยบายว่าขอให้กระทรวงพาณิชย์ดูแลราคานมพร้อมดื่มไม่ให้มีราคาสูงเกินไป กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีดูแลเรื่องการวิจัยและเพิ่มคุณภาพนม และกระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมอุตสาหกรรมการแปรรูป

ส่วนการดูแลเรื่องการส่งออกจะได้เรียยให้นายกรัฐมนตรีทราบว่าควรจะมีการส่งเสริมให้มีการส่งออกไปยังตลาดอาเซียนให้มากขึ้น สำหรับเรื่องภาษีการนำเข้านมผงที่ปัจจุบันประเทศไทยยังคิดอัตราภาษีนำเข้า 5% ซึ่งต้องรอให้เกิดความชัดเจนในการเจรจา WTO ในรอบโดฮาให้เสร็จสิ้นก่อน อย่างไรก็ตามในส่วนของการนำเข้านมผงประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สามารถนำเข้านมผงเข้ามาขายยังประเทศไทยตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ได้ การจำหน่ายนมในประเทศไทยจึงยังมีต้นทุนที่สูงเมื่อเปรียบกับนมผงที่นำเข้ามาจำหน่าย

"ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมโคนมทั้งหมดทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดทำแผนการส่งเสริมการส่งเสริมการส่งออกผลิตภัณฑ์โคนมไปยังต่างประเทศและนำกลับมาเสนอในการประชุมครั้งต่อไป"นายยุคลกล่าว

ในส่วนของราคาจำหน่ายน้ำนมดิบที่รัฐบาลกำหนดราคารับซื้อไว้ที่ไม่เกิน 18 บาทต่อกิโลกรัม ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและคงไม่สามารถเพิ่มราคาขึ้นไปอยู่ที่ 19 บาทต่อกิโลกรัมตามที่เกษตรกรบางกลุ่มเสนอได้เนื่องจากจะยิ่งทำให้ต้นทุนของอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นและในอนาคตหากประเทศเวียดนามมีการเปิดโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์จากโคนมก็จะกลายเป็นคู่แข่งที่สำคัญของประเทศไทยได้ ทั้งนี้ปัจจุบันต้นทุนการผลิตน้ำนมดิบอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ 14 บาท ขณะที่ราคาจำหน่ายเฉลี่ยส่วนใหญ่ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจำหน่ายได้อยู่ที่ประมาณ 16.50 บาทต่อกิโกลรัม ซึ่งถือว่าเกษตรกรได้กำไรในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามหากเกษตรกรฯสามารถเพิ่มคุณภาพการผลิตน้ำนมดิบได้ก็จะได้ราคารับซื้อที่ 18 บาทต่อกิโลกรัมได้