วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รฟม.เดินหน้ารถไฟสายสีเหลือง4.8หมื่นล.

รฟม.เดินหน้าโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่ากว่า 4.8 หมื่นล้านบาท มั่นใจประชาชนไม่คัดค้าน หลังปรับแบบเป็นโมโนเรล

นายยงสิทธิ์ โรจน์ศรีกุล ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยภายหลังงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งที่ 1 งานศึกษาทบทวนรายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง วานนี้ (23 ส.ค.) ว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มีระยะทาง 30.4 กม. สถานีรวม 23 แห่ง วงเงินค่าก่อสร้างประมาณ 4.8 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นงานโยธาประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ค่าระบบและขบวนรถไฟฟ้า ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท ค่าเวนคืนประมาณ 9 พันล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะเป็นระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว (Monorail) โครงสร้างอยู่บนเกาะกลางถนนไปตามถนนลาดพร้าวจนถึงทางแยกบางกะปิ เลี้ยวขวาลงใต้เข้าถนนศรีนครินทร์เชื่อมต่อกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงตลิ่งชัน-มีนบุรี ที่แยกลำสาลี ผ่านทางแยกต่างระดับพระราม9 ไปตามแนวถนนศรีนครินทร์ จนถึงแยกศรีเทพา เลี้ยวไปทางทิศตะวันตกตามถนนเทพารักษ์ สิ้นสุดที่ถนนปู่เจ้าสมิงพราย

สำหรับขั้นตอนการดำเนินโครงการจะศึกษาแล้วเสร็จภายในเดือนพ.ย.นี้ และประมาณกลางปี 2557 จะเปิดประกวดราคา ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี โดยประมาณปลายปี 2561 จะเปิดให้บริการ โดยขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารอยู่ที่ 10,000-40,000 เที่ยวต่อชั่วโมง ใช้ความเร็วสูงสุดได้ 80 กม.ต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นรฟม.มีแผนที่จะเป็นผู้ให้บริการเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองเอง เนื่องจากประเทศไทยยังไม่เคยมีใครให้บริการเดินรถ รวมทั้งจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณากำหนดมาตรฐานรถไฟฟ้าโมโนเรลที่เป็นของประเทศไทย เพื่อให้ระบบรถไฟฟ้าโมโนเรลที่จะก่อสร้างขึ้นในอนาคตเป็นมาตรฐานเดียวกัน รวมทั้งจะสามารถจัดซื้อรถไฟฟ้าครั้งละจำนวนมาก เพื่อลดต้นทุน ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี และสายสีเหลืองจะใช้ตู้รถไฟฟ้ารวมกันถึง 291 ตู้

"เดิมประชาชนคัดค้านรถไฟฟ้ายกระดับบนเกาะกลางถนนลาดพร้าว ซึ่งรฟม.ได้ปรับแบบก่อสร้างเป็นรถไฟฟ้ารางเดี่ยวแทนรถไฟฟ้าขนาดหนัก ซึ่งมีข้อดีที่โครงสร้างโปร่ง วงเลี้ยวแคบ ค่าก่อสร้างต่ำ และเวนคืนน้อยกว่า เชื่อว่าโครงการจะได้รับการสนับสนุนจากประชาชน"นายยงสิทธิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองจะสามารถดำเนินการได้รวดเร็ว ภายใต้พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งของประเทศ เนื่องจากจะประหยัดเวลาในการเตรียมจัดหาแหล่งเงินกู้เพื่อนำมาดำเนินโครงการ เพราะกระทรวงการคลังต้องเตรียมแหล่งเงินกู้สำหรับพ.ร.บ.เงินกู้ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว หรือหากพ.ร.บ.เงินกู้ดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา ก็เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินโครงการ

ผู้แทนจากภาคประชาชน กล่าวว่า ตนเป็นหนึ่งในกลุ่มประชาชนที่คัดค้านรถไฟฟ้ายกระดับที่ใช้โครงสร้างรถไฟฟ้าอยู่บนเกาะกลางถนนลาดพร้าว และต้องการรถไฟฟ้าใต้ดิน แต่พบว่าเป็นเวลากว่า 4-5 ปีแล้วที่ไม่มีความคืบหน้าโครงการรถไฟฟ้า เมื่อรัฐบาลจะเปลี่ยนรูปแบบรถไฟฟ้าเป็นโมโนเรลซึ่งโครงสร้างโปร่งกว่าก็ยินดีให้การสนับสนุน แต่เสนอขอให้นำเสาไฟฟ้าลงใต้ดิน เพื่อปรับปรุงทัศนียภาพของถนนลาดพร้าว