ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงน่าจะเกิดเพียงระยะสั้น พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง เป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะกลับเข้าไปสะสมหุ้นไทยอีกครั้ง
ปัจจุบันนักลงทุนกังวลต่อปัญหาเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศ TIPs (Thailand, Indonesia, Philippines) โดยกังวลต่อเศรษฐกิจไทยในเรื่องของการเติบโตทางเศรษฐกิจหลังจากที่การเติบโต GDP ในไตรมาสที่ 2/2013 ออกมาต่ำกว่านักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ ส่วนอินโดนีเซีย นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูงมากครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ ขณะที่ฟิลิปปินส์ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมครั้งใหญ่ในประเทศ ส่งผลให้นักลงทุนพากันเทขายหุ้นในภูมิภาคนี้ (ยกเว้นฟิลิปปินส์ที่ตลาดหลักทรัพย์ไม่สามารถเปิดทำการได้เนื่องจากน้ำท่วม)
อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของ TISCO Wealth เชื่อว่า เศรษฐกิจของไทยไม่ได้น่ากังวลอย่างที่หลายฝ่ายกังวล แม้ว่าเศรษฐกิจไทยในช่วง GDP ไทย 2Q13 ขยายตัว 2.8% ต่ำกว่าตลาดคาดที่ 3.3% แต่เป็นการถดถอยทางเทคนิค ครั้งแรกตั้งแต่ปี 2008 จะจากตัวเลขดังกล่าว ส่งผลให้ GDP ครึ่งปีแรกขยายตัว 4.1% อย่างไรก็ตาม นักลงทุนหลายคนอาจสงสัยว่าแล้วในปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะมีปัญหาและสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งในมุมมองของเรา คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
โดยในปี 2013 คาดว่า GDP จะขยายตัว 4% เป็นผลจากการส่งออกอาจฟื้นตัวได้ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกา รวมถึงการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชนที่อาจขยายตัวได้ จากโครงการลงทุนต่างๆ ของรัฐบาล ขณะที่การขยายตัวของ GDP ในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ 4.1% YoY ไม่ได้ถือว่าเป็นระดับที่แย่ และมองว่าเศรษฐกิจไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วใน 2Q13 และคาดว่าจะขยายตัวได้ดีขึ้นในครึ่งหลังของปีนี้ ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจกลุ่มประเทศหลัก (G3)
ขณะที่เศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่มีปัญหานั้นจะแตกต่างกับของไทย คือ ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดช่วงไตรมาส 2 เลวร้ายกว่าคาดไว้ที่ 9,800 ล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าจำนวนมากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติการณ์เลยทีเดียว นอกจากนี้ ค่าเงินรูเปียะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 4 ปี อีกทั้งตลาดหุ้นหุ้นปรับลงมากที่สุดในรอบ 22 เดือน นอกจากนี้ ในด้านของตลาดพันธบัตรรัฐบาลก็ซบเซาไปด้วย เพราะนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของอินโดนีเซียมากขึ้น เพราะเป็นเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดภูมิภาคเอเชียอาคเนย์
ดังนั้น จะเห็นได้ว่า เศรษฐกิจของไทยและอินโดนีเซียนั้นมีปัญหาทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน ซึ่งของไทย คาดว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ขณะที่อินโดนีเซีย เป็นปัญหาที่ต้องใช้เวลาในการแก้ไข ดังนั้น TISCO Wealth มองว่า ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงนั้นน่าจะเกิดเพียงในระยะสั้น เพราะพื้นฐานเศรษฐกิจไทย รวมทั้งการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในไทยยังเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ดังนั้น ในช่วงนี้ถือเป็นเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะกลับเข้าไปสะสมหุ้นไทยอีกครั้ง








