วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สมาคมบลจ.หวังคนไทยออมผ่านหุ้นเพิ่ม

สำรวจ"กองหุ้นไทย"มีขนาดเฉลี่ย 1,749.78 ล้านบาท กว่า 75% มีขนาดเล็กกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม บลจ.ไทยพาณิชย์ กองหุ้นใหญ่สุด 2.65 หมื่นล้าน

นายสมจินต์ ศรไพศาล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ทหารไทย ในฐานะนายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) เปิดเผยว่า ปัจจุบันนักลงทุนไทยยังมีการสะสมความมั่งคั่งผ่านการออมในหุ้นไม่มากประมาณ 20% ของอุตสาหกรรมกองทุนทั้งหมด โดยการเติบโตของกองทุนหุ้นส่วนใหญ่เองนั้นมาจากการเติบโตผ่าน “กองทุนประหยัดภาษี” เป็นหลัก ในขณะที่กองทุนหุ้นทั่วไปนั้นอาจจะไม่ได้โตมากนัก ซึ่งทางสมาคมบลจ.เองจะพยายามให้ความรู้กับนักลงทุนเพื่อส่งเสริมการออมระยะยาวผ่านการลงทุนในหุ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะหากนักลงทุนไทยมีเป้าหมายการออมระยะยาวแต่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นที่น้อยเกินไปนั้นก็เป็นความเสี่ยงที่อาจจะทำให้มีเงินไม่เพียงพอต่อเป้าหมายในระยะยาว เช่น เป้าหมายเกษียณของตัวเองได้เช่นกัน ต่างกับประเทศพัฒนาแล้วที่ประชาชนของเขาส่วนใหญ่จะมีการสะสมความมั่งคั่งผ่านการออมระยะยาวในหุ้นเป็นสัดส่วนที่มากกว่าของไทย

"บางครั้งการไปมองว่าตลาดหุ้นในระยะสั้นมีความผันผวนเป็นความเสี่ยง แล้วละเลยการมองดูผลตอบแทนของการลงทุนระยะยาวในหุ้นที่ดีกว่าไปนั้น ก็เป็นความเสี่ยงหนึ่งของนักลงทุนไทยเช่นกัน เป็นความเสี่ยงจากการที่จะไม่สามารถลงทุนให้เต็มประสิทธิภาพเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวเพื่อเป้าหมายเกษียณของตัวเองไปนั่นเอง และหวังใจว่านักลงทุนที่ได้เห็นประโยชน์ของการลงทุนในหุ้นผ่านกองทุนประหยัดภาษีแล้ว แม้ในอนาคตประโยชน์ภาษีจะหมดไป นักลงทุนกลุ่มนี้ก็ยังน่าจะลงทุนต่อเนื่องในกองทุนหุ้นปกติต่อไปได้เช่นกัน และคงต้องให้ความรู้นักลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เห็นประโยชน์ของการลงทุนระยะยาวในหุ้นมากกว่าการจะกลัวความเสี่ยงในระยะสั้นมากจนเกินไป"

จากการสำรวจขนาด “กองทุนหุ้น” ที่เป็นกองทุนเปิดในอุตสาหกรรมกองทุนไทย ทั้ง 221 กองทุน พบว่ามีสินทรัพย์สุทธิรวมกันประมาณ 369,203.99 ล้านบาท มีขนาดกองทุนเฉลี่ย 1,749.78 ล้านบาท ในจำนวนนี้มี 53 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25.12% ที่มีขนาดใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม ในขณะที่อีก 158 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 74.88% นั้น มีขนาดเล็กกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม

โดยอาจแบ่งขนาด “กองทุนหุ้น” ในปัจจุบัน ได้ดังนี้ 1. กองทุนที่มีขนาดมากกว่า 10,000 ล้านบาท มี 8 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3.79% 2. กองทุนที่มีขนาดมากกว่า 5,000 ล้านบาท มี 9 กองทุน คิดเป็นสัดส่วน 4.27% 3. กองทุนที่มีขนาดมากกว่า 1,000 ล้านบาท มี 51 กองทุน คิดเป็นสัดส่วน 24.17%

4. กองทุนที่มีขนาดมากกว่า 500 ล้านบาท มี 24 กองทุน คิดเป็นสัดส่วน 11.37% .) กองทุนที่มีขนาดมากกว่า 100 ล้านบาท มี 74 กองทุน คิดเป็นสัดส่วน 35.07% 6. กองทุนที่มีขนาดมากกว่า 10 ล้านบาท มี 38 กองทุน คิดเป็นสัดส่วน 18.01% และ 7. กองทุนที่มีขนาดต่ำกว่า 10 ล้านบาท มี 7 กองทุน คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 3.32%

สำหรับกองทุนหุ้นที่มีขนาดใหญ่สุด 5 อันดับแรก ของอุตสาหกรรม นั้นพบว่าเป็นกลุ่ม “กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)” ทั้งหมด นำมาโดย อันดับ1. “กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นระยะยาวปันผล70/30 (SCBLT1)” ของบลจ.ไทยพาณิชย์ มีขนาดสินทรัพย์ 26,524.69 ล้านบาท 2. “กองทุนเปิดเค 70:30 หุ้นระยะยาวปันผล (K70LTF)” ของบลจ.กสิกรไทย มีสินทรัพย์สุทธิ 21,127.37 ล้านบาท

3. “กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว (B-LTF)” ของบลจ.บัวหลวง มีสินทรัพย์สุทธิ 18,887.00 ล้านบาท 4. “กองทุนรวม กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นระยะยาว 75/25 (BLTF75)” ของบลจ.บัวหลวง มีสินทรัพย์สุทธิ 18,027.50 ล้านบาท และ 5. “กองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล (KFLTFDIV)” ของบลจ.กรุงศรี มีสินทรัพย์สุทธิ 16,975.17 ล้านบาท