จีเอ็มเอ็มแซท โหมตลาดเพย์ทีวี-แพลตฟอร์มกล่อง เปิดตัว 2 แพ็คเกจใหม่ 199-499 บาท/เดือน เสริมคอนเทนท์ ฟ็อกซ์ สิ้นปีเล็งฐานสมาชิก 1.5 แสนราย
นายฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มงานแพลตฟอร์ม บริษัทจีเอ็มเอ็ม แซท จำกัด เปิดเผยว่าในปีที่ผ่านมาจำหน่ายกล่องรับสัญญาณ (set top box) “จีเอ็มเอ็ม แซท” ไปแล้ว 1.5 ล้านกล่อง และช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามียอดขาย 5 แสนกล่อง คาดว่าภายในปีนี้จะมียอดขายรวม 1 ล้านกล่อง รวมยอดสะสมกล่องจีเอ็มเอ็ม แซทในตลาดถึงสิ้นปีนี้ที่ 2.5 ล้านกล่อง ถือเป็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่สามารถต่อยอดสู่ธุรกิจ “เพย์ทีวี” นับจากนี้
ทั้งนี้ หลังจากบริษัทซื้อคอนเทนท์ระดับโลกจาก “ฟ็อกซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล” รวม 27 ช่อง ประกอบไปด้วยช่องกีฬาทุกประเภท ,สารคดี รวมทั้งช่องบันเทิงซีรีส์และภาพยนตร์ นอกจากนี้ยังมีคอนเทนท์โลคอลของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ รวม 11 ช่องและช่องรายการ “ฟรี ทู บ็อกซ์” ของแกรมมี่ ที่รับชมได้เฉพาะกล่องจีเอ็มเอ็ม แซท เท่านั้น จากความโดดเด่นด้านคอนเทนท์ดังกล่าว รวมทั้งความพร้อมด้านช่องสัญญาณดาวเทียม (ทรานสปอนเดอร์) จากไทยคม 6 ซึ่งแกรมมี่ เป็นผู้เช่าใช้บริการรายใหญ่ที่สุดรวม 6 ทรานสปอนเดอร์ สัญญา 10 ปี
จากปัจจัยด้านความพร้อมทั้งแพลตฟอร์ม ,คอนเทนท์ และทรานสปอนเดอร์ ทำให้ จีเอ็มเอ็ม แซท เดินหน้ารุกตลาดเพย์ทีวี ในช่วงครึ่งปีหลัง ด้วยการเปิดตัว 2 แพ็คเกจใหม่ คือ โกลด์ แพ็คเกจ รับชมช่องพิเศษ กีฬา ซีรีส์ การ์ตูน วาไรตี้ 10 ช่องทั่วไป และ3 ช่องเอชดีรวมทั้งช่องฟรีทูแอร์ กว่า 200 ช่อง ราคาเดือนละ 199 บาท และรายปี 1,499 บาท และแพ็คเกจ แพลทินัม รับชมช่องพิเศษ 27 ช่องทั่วไป และช่องเอชดี 7 ช่อง ราคาเดือนละ 499 บาท และรายปี 4,999 บาท โดยผู้สนใจซื้อแพ็คเกจผ่านคอลล์ เซ็นเตอร์ และ ซื้อแพ็คเกจรูปแบบ slip code ผ่านเซเว่น อีเลฟเว่น
“ด้วยคอนเทนท์ระดับโลกทั้งกีฬา บันเทิง และโลคอล คอนเทนท์จากแกรมมี่ เชื่อว่าราคาแพ็คเกจเพย์ทีวี ของจีเอ็มเอ็ม แซท มีความคุ้มค่ามากที่สุด โดยมีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นที่ 125 บาทต่อเดือน” นายฟ้าใหม่กล่าว
การทำตลาดเพย์ทีวีที่ผ่านมามีฐานสมาชิก 5 หมื่นราย หลังเปิดตัว 2 แพ็คเกจใหม่ คาดสิ้นปีนี้จะมีฐานสมาชิกเพย์ทีวีประมาณ 1-1.5 แสนราย ทั้งนี้ คาดว่ารายได้จีเอ็มเอ็ม แซท สิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 2,000 ล้านบาท โดยสัดส่วน 50% มาจากยอดขายกล่อง อีก 50% มาจาก เพย์ทีวี และอื่นๆ เช่น โฆษณา สปอนเซอร์
ทางด้านนางสาวบุษบา ดาวเรือง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาสสองปีนี้ ธุรกิจเดิมที่ดำเนินการ ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจเพลง ดิจิทัลมีเดีย สื่อ ภาพยนตร์ แอนิเมชั่น และธุรกิจอื่นๆ มีรายได้รวม 2,166 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% และมีกำไรเพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนถึง 50%
โดยธุรกิจสื่อโดยเฉพาะสื่อทีวียังคงเติบโตดี และธุรกิจภาพยนตร์ ซึ่งประสบความสำเร็จจากเรื่อง “พี่มาก... พระโขนง” ที่สามารถทำรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศสูงสุดเป็นประวัติการณ์จำนวน 568 ล้านบาท
ขณะที่รายได้จากธุรกิจที่เริ่มดำเนินการใหม่ อันได้แก่ ธุรกิจโฮมชอปปิง และทีวีดาวเทียม มีรายได้ 544 ล้านบาท แต่อยู่ในช่วงของการเริ่มลงทุน ส่งผลให้ มีผลขาดทุนสุทธิเท่ากับ 216 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามช่วงครึ่งปีหลังธุรกิจเดิมที่ดำเนินการอยู่แล้วยังคงมีรายได้เติบโตต่อเนื่อง จากธุรกิจโชว์บิซที่มีการจัดคอนเสิร์ตใหญ่หลายรายการ ขณะที่ธุรกิจสื่อยังเติบโตจากเม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะทีวีดาวเทียม ที่มีเรทติ้งผู้ชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่องจีเอ็มเอ็ม วัน ที่นำเสนอซีรีส์ฮอร์โมน รวมทั้งธุรกิจดิจิทัลจะมีการพัฒนาบริการใหม่ เพื่อขยายช่องทางการให้บริการในรูปแบบ Music Streaming ซึ่งจะทำให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ประมาณช่วงปลายปีนี้









