วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ญี่ปุ่นให้คำมั่นปักหลักลงทุนไทย

ประธานหอค้าญี่ปุ่นยันใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก จี้ไทยเร่งปรับปรุงระบบภาษีศุลกากร ห่วงนโยบายส่งเสริมการลงทุนใหม่

นายซูซูมุ อูเนโนะ ประธานหอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ เข้าเยี่ยมคารวะนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ทำเนียบรัฐบาลวานนี้ หลังการหารือ นายธีรัตถ์ รัตนเสวี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายซูซูมุ ประธานหอการค้าญี่ปุ่นได้กล่าวกับนายกฯ ว่า ทางหอการค้าไทย-ญี่ปุ่น กรุงเทพฯ (JCCB) ได้จัดทำแบบสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในไทยครึ่งปีแรกของปี 2556 โดยพบว่าบริษัทส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับเรื่องต่างๆ ได้แก่ การพัฒนาและปรับปรุงระบบภาษีศุลกากรที่เหมาะสม การพัฒนาด้านการศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับนโยบายใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) อย่างไรก็ตามประธานหอการค้าญี่ปุ่นยืนยันว่า JCCB จะยังคงใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลัก

นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า ไทยกำลังดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงระบบภาษีศุลกากร ให้มีความเหมาะสมและให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทักษะแรงงาน เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางภูมิภาค (Regional Hub) รวมทั้งรัฐบาลยังมีโครงการพัฒนาด้านคมนาคม เพื่อลดระยะเวลาการขนส่งสินค้า

"กรณีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับนโยบายใหม่ของบีโอไอ เราพร้อมรับฟัง และจะนำไปประสานงาน เพื่อให้มีความโปร่งใสและทำงานได้อย่างราบรื่น"

นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า กรมฯเร่งรัดช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี)เข้าสู่เวทีการค้า ซึ่งขณะนี้เป็นช่วงที่เหมาะสมในการเปิดตลาดญี่ปุ่น หลังจากญี่ปุ่นมีนโยบายลดการพึ่งพาการนำเข้าสินค้าจากจีน โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าเสื้อผ้าสิ่งทอ

"ญี่ปุ่นนำเข้าสินค้ากลุ่มสิ่งทอจากจีนมีสัดส่วนนำเข้าถึง 70%ของการนำเข้าสิ่งทอทั้งหมด และจะลดการนำเข้าให้เหลือเพียง 5% ในระยะเวลา 5 ปี เราจึงเข้าไปเพิ่มช่องทางการจำหน่าย" นางศรีรัตน์ กล่าวและว่ากรมฯได้นำผู้ประกอบการค้าส่งย่านโบ๊เบ๊ และแพลตินั่มเข้าเจรจาการค้าและสำรวจตลาดในประเทศญี่ปุ่นได้ผลตอบรับที่ดีมีคำสั่งซื้อทันที 28 ล้านบาทจาก 19 บริษัทไทย

ทั้งนี้ ภายใต้ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น(เจเทปป้า)มีอัตราภาษี 0% ประกอบกับเขตการค้าอาเซียนบวก 3 (จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้)จะทำให้ญี่ปุ่นสนใจร่วมลงทุนหรือตั้งฐานการผลิตในอาเซียน ซึ่งในเดือนก.ย.นี้ นักลงทุนจากญี่ปุ่นจะมาดูงานโรงงานและสั่งผลิตสินค้าในโรงงานที่ไทยไปตั้งฐานการผลิตในอาเซียน

ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่น เสนอให้จัดคณะผู้แทนการค้าสินค้าแฟชั่นมาเจรจาเพิ่ม โดยขอให้จัดแบ่งกลุ่มสินค้าให้ชัดเจน ในช่วงเดือน ม.ค. 2557 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้นำเข้าจะทำการสำรวจและหาข้อมูลแหล่งซื้อหรือผลิตสินค้า เพื่อให้ทันฤดูกาลสั่งซื้อในเดือน ก.พ.ต่อไป

นายสุภัฒ สงวนดีกุล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ นครโอซากา กล่าวว่า จากการวิเคราะห์ตลาดร่วมผู้นำเข้าและผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดสินค้าแฟชั่นเห็นว่าไทยมีศักยภาพและมีข้อได้เปรียบคู่แข่ง เช่น เป็นแหล่งผลิตที่ครบวงจร (ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ) ตั้งอยู่ในศูนย์กลางอาเซียนที่สามารถทำการขนส่งทางบกได้อย่างสะดวก และคุณภาพในการผลิตสูง