ยักษ์ใหญ่แห่งอุตสาหกรรมรถยนต์สหรัฐ "เจนเนอรัล มอเตอร์ส" เดินหน้าปรับลดการดำเนินธุรกิจในเกาหลีใต้ หลังมีต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้น
แหล่งข่าววงในบริษัท เผยว่า แผนของผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติสหรัฐรายนี้ ซึ่งดูเหมือนว่าจะเริ่มดำเนินการไปแล้วจากการตัดสินใจครั้งล่าสุดในการย้ายฐานการผลิตรถรุ่นใหม่ออกจาเกาหลีใต้ แสดงให้เห็นถึงเสียงสะท้อนของบรรดาผู้ผลิตรถทั้งในเกาหลีใต้และต่างประเทศเกี่ยวกับต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดอันดับ 7 ของโลกแห่งนี้
แหล่งข่าวระบุว่า บริษัทต้องทำให้แน่ใจว่าจะสามารถลดปัจจัยเสี่ยงในเกาหลีใต้ ไม่ใช่เฉพาะช่วง 2-3 ปีข้างหน้าเท่านั้นแต่ต้องเป็นตลอดไป และต้องไม่พึ่งพาฐานการผลิตแห่งใดแห่งหนึ่งมากจนเกินไป เพราะถ้าหากเกิดสิ่งผิดปกติขึ้นในเกาหลีใต้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าแรง การเมือง หรือสหภาพแรงงาน ก็จะเกิดผลกระทบในทันที
จีเอ็มใช้เกาหลีใต้เป็นฐานการผลิตหลักหลังจากที่ซื้อกิจการบริษัทแดวู มอเตอร์ส ของเกาหลีใต้ที่ประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก เมื่อปี 2545 โดยเกาหลีใต้ถือเป็นกว่า 20% ของกำลังการผลิตของจีเอ็มทั่วโลกในแต่ละปีซึ่งมีจำนวนกว่า 9.5 ล้านคัน โดยกว่า 80% ของรถจำนวนดังกล่าวซึ่งผลิตในเกาหลีใต้ถูกส่งออกไปขายยังต่างประเทศ
แหล่งข่าวในบริษัทจีเอ็มยังระบุว่า ต้นทุนแรงงานในเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทำให้ประเทศนี้กลายเป็นฐานการผลิตที่มีค่าแรงสูง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดจากเงินวอนที่แข็งค่าขึ้นของเกาหลีใต้ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา
สหภาพแรงงานของจีเอ็มในเกาหลีใต้ไม่เห็นด้วยกับแผนการดังกล่าว และเชื่อว่าการเจรจาเรื่องการปรับลดการดำเนินธุรกิจเป็นเรื่องหลอกลวงเพื่อข่มขู่ไม่ให้ลูกจ้างเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าแรงอีก โดยเมื่อเดือนก่อน จีเอ็ม เกาหลีใต้ ได้บรรลุการเจรจาค่าจ้างรายปี ซึ่งรวมถึงเงินโบนัส 10 ล้านวอน หรือราว 270,000 บาทต่อสมาชิก 1 คน









