วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯแจงใช้โมเดลสายสีแดงพัฒนารถไฟ

นายกฯแจงแผนพัฒนารถไฟ ยันมองผลประโยชน์เศรษฐกิจ-คุณภาพชีวิตปชช. เล็งใช้รถไฟสายสีแดงเป็นโมเดล

น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวในรายการ "รัฐบาลยิ่งลักษณ์พบประชาชน" ซึ่งอัดขึ้นระหว่างการเดินทางบนรถไฟ โดยนายกฯ พร้อมด้วย นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ พล.ต.อ. วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม รวมถึง นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย และผู้บริหารการรถไฟแห่งประเทศไทย ได้โดยสารขบวนรถไฟเที่ยวพิเศษจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) ไปยังจังหวัดนครปฐม โดยมีการประชุม เชิงปฏิบัติการบนรถไฟเป็นครั้งแรก เพื่อประชุมหาแนวทางในการพัฒนารถไฟไทยแบบครบวงจร

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า การโดยสารรถไฟถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเดินทางของประชาชน ดังนั้นการพัฒนารถไฟจึงถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานประเทศ โดยใช้งบประมาณตามร่างพระราชบัญญัติให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 2 ล้านล้านบาท โดยหลังจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนารถไฟไทย ซึ่งช่วยให้เข้าถึงความเป็นจริง และสามารถเข้าใจสภาพแวดล้อมได้มากยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลจะเร่งเพิ่มขีดความสามารถของรถไฟและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้โดยสารให้ดีขึ้นในระยะยาว

ทั้งนี้ จะมีการเลือกรถไฟสายสีแดง บางซื่อ-รังสิต ขึ้นมา 1 สาย เพื่อบูรณาการแบบองค์รวม โดยจะทำการศึกษาตั้งแต่ต้นทาง รวมทั้งจะยกระดับการบริหารงานและการบริการให้ดีขึ้น ซึ่งยจะต้องมีความเหมาะสมทั้งค่าโดยสารและความปลอดภัย รวมทั้งส่งเสริมการนำสินค้าโอทอปให้สามารถจำหน่ายตามสถานีรถไฟ เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน

"ต้นทุนเป็นส่วนหนึ่งแต่สิ่งที่อยากให้มององค์รวมคือมูลค่าเศรษฐกิจและความเจริญที่เกิดขึ้นในบริเวณนั้น เพราะการที่มีการลงทุนจากภาครัฐ ก็อยากให้เห็นว่ามีผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ อยากให้ผู้เดินทางทางถนน หรือโหมดทางเครื่องบินมาใช้บริการรถไฟ นอกจากปลอดภัยก็ประหยัดพลังงานที่จะไปใช้กับรถยนต์ ถ้าเรามาศึกษาและทำให้ดี เชื่อว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วย"


ขณะเดียวกันนายกฯกล่าวถึงรถไฟรางคู่ ว่า มีการพูดถึงเรื่องมาตรฐานว่าต้องมีมาตรฐานที่เชื่อมต่อในอนาคตถ้าเราจะเชื่อมต่อประเทศเพื่อนบ้านเราก็ต้องมีมาตรฐานนี้ ก็ต้องดูการปรับปรุงราง และเส้นทางที่รองรับต้องปลอดภัย เป็นสิ่งที่ฝากไว้ และเห็นว่าน่าจะบูรณาการกับรฟม.ในการพัฒนาบุคลากร พัฒนาอัตรากำลังคนให้แพียงพอเพื่อรองรับการพัฒนาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ส่วนเรื่องสินค้าโอท็อป เช่น ผ้าม่านที่ใช้ในรถไฟ เรามองว่าเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ยิ่งใช้สินค้าจากพื้นฐานได้มากที่สุด คนเห็นใช้กันมากขึ้นก็จะยิ่งทำให้มีการเติบโต เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างมูลค่าเพิ่มเข้าไป