"ชัชชาติ"มั่นใจม็อบการเมืองไม่บานปลายจนกระทบโครงการลงทุนตามแผนกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ด้านร.ฟ.ท.ยอมรับนักลงทุนกังวลสถานการณ์ในปัจจุบัน
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การชุมนุมทางการเมืองในขณะนี้จะไม่บานปลายจนส่งผลกระทบต่อแผนลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบคมนาคมขนส่งภายใต้พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท หากการพิจารณาพ.ร.บ.ต้องล่าช้าจากสาเหตุความไม่สงบทางการเมืองหรือปัจจัยอื่นๆ กระทรวงฯสามารถเริ่มบางโครงการก่อนโดยการก่อหนี้เป็นรายโครงการ
"ผมไม่กังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ และได้สั่งการให้หน่วยงานด้านการขนส่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ใช้บริการ และป้องกันการใช้พื้นที่เพื่อการก่อเหตุ"
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า นักลงทุนได้แสดงความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมือง โดยเกรงว่าจะมีผลต่อโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ โดยร.ฟ.ท.ได้ยืนยันกับนักลงทุนว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นยังไม่มีสัญญาณความรุนแรงจนถึงขั้นบานปลาย แต่เชื่อว่าหากเกิดความรุนแรงในการชุมนุมจะส่งผลให้การลงทุนโครงการอาจหยุดชะงัก และส่งผลเสียต่อการพัฒนาประเทศ
ส่วนการรักษาความปลอดภัยในช่วงที่มีการชุมนุมนั้น ร.ฟ.ท.ได้ประสานฝ่ายความมั่นคงเพื่อขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจมารักษาความปลอดภัยสถานีรถไฟหลักๆ ทั้งสถานีหัวลำโพง สถานีบางซื่อ และสถานีมักกะสัน รวมทั้งสั่งการให้ตำรวจรถไฟเตรียมพร้อมหากมีเหตุการณ์ไม่ปกติ
นายโอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ขสมก.ได้ปรับเส้นทางเดินรถใหม่จนถึงวันที่ 10 ส.ค.นี้ เพราะมีการปิดการจราจรในบางพื้นที่ โดยขสมก.ปรับเส้นทางเดินรถ รวม 8 สาย คือ สาย 503,509,515,70,505,6,23 และสาย 18 เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ปิดจราจร ไม่ว่าจะเป็นถนนพิษณุโลก-แยกพานิช-แยกวังแดง, แยกมัฆวาน-ลานพระรูป-ถนนอู่ทองใน, แยกมัฆวาน-ถนนราชดำเนินนอก-แยกจปร., ถนนราชวิถี-แยกราชวิถี-แยกการเรือน และถนนพิชัยตั้งแต่แยกขัตติยานี ถึงถนนราชวิถี
อย่างไรก็ตาม วานนี้ (7ส.ค.) นายชัชชาติ ยังเป็นประธานการประชุมนโยบายการพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง ซึ่งที่ประชุมได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการรับผิดชอบเรื่องการพัฒนาเมืองใหม่เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่กับการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และต้องสรุปการใช้พื้นที่เมืองใหม่และสถานีรถไฟความเร็วสูงแต่ละแห่งให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน โดยคณะอนุกรรมการดังกล่าวประกอบด้วยผู้แทนจากสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมธนารักษ์ และการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.)
นายชัชชาติ ระบุว่าการพัฒนาพื้นที่จะแบ่งเป็น 2 ด้าน คือ 1.ใช้ที่ราชพัสดุ และ 2.ใช้การจัดรูปที่ดิน ซึ่งคณะอนุกรรมการต้องพิจารณาพื้นที่ในทุกจังหวัด โดยในส่วนของเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งสามารถนำมาพัฒนาได้เป็นพื้นที่แรก คือ พื้นที่ราชพัสดุ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา จำนวน 541 ไร่ ปัจจุบันเป็นพื้นที่ของกองผลิตอุปกรณ์สายพลาธิการ กองทัพบก ส่วนพื้นที่ตามแนวเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ อยู่ในเขต ต.นครสวรรค์ออก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จำนวน 3,385 ไร่ เป็นพื้นที่ราชพัสดุเช่นกัน ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของแผนกสัตวบาลที่ 2 กองการสัตว์เกษตรกรรมที่3 กรมการสัตว์ทหารบก กองทัพบก









