"เสรี จุลศักดิ์ศรีสกุล"ผู้ถือหุ้นเดิมสมาร์ทคอนกรีตเตรียมฟ้อง ก.ล.ต. หากอนุมัติไฟลิ่ง-เปิดทางเข้าตลาดหลักทรัพย์ ย้ำชัดบริษัทขาดคุณสมบัติ
นายเสรี จุลศักดิ์ศรีสกุล ประธานกรรมการ บริษัท คิงส์ เทเลคอม เปิดเผยว่า วานนี้ (6 ส.ค.) บริษัทได้ยื่นหนังสือขอทราบผลการคัดค้าน และระงับให้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ของ บริษัท สมาร์ท คอนกรีต ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ได้ยื่นคัดค้านการเข้าจดทะเบียนของบริษัทดังกล่าว ด้วยเหตุผลเรื่องการขาดคุณสมบัติ และไม่โปร่งใสของสมาร์ทคอนกรีต ไปแล้วหลายครั้ง แต่ยังถูกเพิกเฉย และจะนำหลักฐานต่อสู้จนถึงที่สุด และหากการคัดค้านต่อ ก.ล.ต. ครั้งนี้ไม่ประสบผล หรือสำนักงาน ก.ล.ต. ดำเนินการอนุมัติไฟลิ่ง และอนุญาตให้บริษัทดังกล่าวเข้าจดทะเบียน ก็จะฟ้องสำนักงาน ก.ล.ต. ต่อศาลปกครอง เรื่องการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
"สมาร์ทคอนกรีต ได้ยื่นไฟลิ่งต่อ ก.ล.ต.แล้ว เมื่อ 29 เม.ย. ที่ผ่านมา และทางเราได้ยื่นคัดค้านต่อ ก.ล.ต. ไปเมื่อ 7 พ.ค. 2556 บัดนี้ระยะเวลาล่วงเลยมาพอสมควร แต่ก.ล.ต.ยังไม่ได้มีคำสั่งเป็นประการใด จึงไปทวงถาม"
เขากล่าวว่า เหตุฟ้องร้องดังกล่าวเกิดจากปี 2547 ตัวเองได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัท สมาร์คอนกรีต สัดส่วน 20% เป็นเงิน 21 ล้านบาท หลังจากนั้นบริษัทดังกล่าวเพิ่มทุน แต่ไม่ได้รักษาสิทธิ ทำให้ไม่เหลือสัดส่วนการถือครองหุ้นดังกล่าว ต่อมาบริษัทสมาร์ทคอนกรีต ได้นำหุ้นบางส่วนไปขายทอดตลาด โดยไม่แจ้งให้ทราบในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้น ซึ่งมองว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงดำเนินการเข้าร้องเรียน
ทั้งนี้ ตั้งแต่ช่วงปี 2548-2555 นายเสรี ได้ดำเนินการฟ้องร้องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักตรวจสอบบัญชี และ สำนักพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ ซึ่งได้ทำการสืบข้อมูล และ พบว่า บริษัท สมาร์ทคอนกรีต ได้ดำเนินการเปลี่ยนผู้ตรวจสอบบัญชี และผู้ตรวจสอบบัญชีคนใหม่ได้กระทำการผิดกฎผู้ตรวจสอบบัญชี กรณีรับรองการใส่เงินเพิ่มทุน อีกทั้งยังพบว่า กระบวนการขายหุ้นในส่วนของนายเสรี ทอดตลาดนั้น กระทำการโดยผู้เกี่ยวข้องกับนายประทีป ทีปกรสุขเกษม เป็นการส่วนตัว ซึ่งไม่มีใบอนุญาตค้าของเก่า ตามกฎกระทรวงพาณิชย์
"ที่มาร้องวันนี้เพื่อรักษาสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิม และถ้าบริษัทเข้าตลาดได้อะไรจะเกิดขึ้นตามหลัง คนที่จะซื้อหุ้นไอพีโอจะมีปัญหาเพราะคดียังไม่จบ และในทางบัญชีก็บอกว่าไม่ถูกต้อง"
ด้าน นายสมศักดิ์ ศิริชัยนฤมิตร กรรมการและผู้อำนวยการฝ่าย บริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท สมาร์ท คอนกรีต เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวเป็นข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล โดยขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำวินิจฉัยจากศาล ประเด็นเรื่องการแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชน โดยศาลจะนัดสืบพยาน 15-16 ส.ค. นี้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วันในการตัดสิน โดยจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ก็จะทราบผลการตัดสิน หากศาลตัดสินว่าการแปลงสภาพเป็นบริษัทมหาชนของ บริษัท สมาร์ท คอนกรีต ถูกต้อง ขั้นตอนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ก็เดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งส่วนนี้เป็นเรื่องของตัวบริษัท ไม่เกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างบุคคล
บริษัท สมาร์ทคอนกรีต หรือเดิมชื่อ บริษัท ออโตเครป แอเรทเต็ท คอนกรีต โปรดัก มีข้อพิพาททางกฎหมายที่อาจมีผลกระทบด้านลบต่อสินทรัพย์ จำนวนสูงกว่า 5% ของส่วนผู้ถือหุ้น ซึ่งไม่เป็นความจริงตามที่ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ไว้กับ ก.ล.ต. โดยบริษัท สมาร์ทคอนกรีต ซึ่งมีนายประทีป ทีปกรสุขเกษม เป็นกรรมการผู้ทำการแทน กับ นายเสรี จุลศักดิ์ศรีสกุล ได้มีข้อพิพาทกันทางกฎหมายหลายคดีเกี่ยวกับหุ้น และการดำเนินกิจการงานของ "สมาร์ทคอนกรีต" ตั้งแต่ พ.ศ. 2548 เรื่อยมา และคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของทั้งศาลชั้นต้น รวมถึงศาลฎีกา และการพิพาทนี้ยังมีผลกระทบด้านลบต่อการดำเนินกิจการอย่างมีนัยสำคัญ และอาจมีผลกระทบต่อสินทรัพย์ของบริษัทสูงกว่า 5% ของส่วนผู้ถือหุ้นด้วย









