วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผวาการเมืองป่วน!ท่องเที่ยวรายได้พลาดเป้า

"การเมือง"ปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งฉุดรายได้ท่องเที่ยวครึ่งปีหลัง หวั่นทุบยอดนักท่องเที่ยว 26 ล้านคน รายได้ 1.17 ล้านล้านบาท "พลาดเป้า"

นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ขณะนี้ภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมีความกังวลต่อ "สถานการณ์การเมือง" จากการชุมนุมประท้วงรัฐบาล ที่อาจส่งผลกระทบเป้าหมายรายได้ธุรกิจท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ ตามเป้าหมายที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้สูงถึง 26 ล้านคน เพิ่มขึ้น 16.79% และทำรายได้ 1.17 ล้านล้านบาท เติบโต 19.4% แม้ภาคเอกชนเชื่อว่าจะเป็นไปได้ แต่ต้องยอมรับว่ามีหลายปัจจัยที่ยังน่ากังวลเช่นกัน โดยเฉพาะการชุมนุมซึ่งรัฐบาลจะต้องควบคุมสถานการณ์ให้อยู่ในภาวะปกติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว

ขณะที่วิกฤติน้ำมันรั่วในทะเลฝั่งตะวันออกนั้น ประเมินว่าเป็นผลกระทบระยะสั้น และหากมีกระบวนการชี้แจงข่าวสารที่มีทิศทางเป็นหนึ่งเดียวจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อยืนยันว่าแนวทางการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จะทำให้ความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวฟื้นกลับมาในเวลาอันใกล้

นอกจากตลาดนักท่องเที่ยวต่างประเทศแล้ว อีกหนึ่งตลาดที่น่าเป็นห่วง คือ กำลังซื้อของตลาดภายในประเทศช่วงปลายปีนี้ต่อเนื่องถึงปีหน้า เนื่องจากมีการตั้งเป้ารายได้ไว้ถึง 6.42 แสนล้านบาทในปีนี้ และเพิ่มเป็น 7 แสนล้านบาทในปี 2557 ซึ่งถือเป็นการขยับเป้าหมายในอัตราที่ค่อนข้างสูง

"แนวโน้มกำลังซื้อของคนไทยในช่วง 6 เดือนแรกยังไม่ดีเท่าที่ควร อีกทั้งมีความกังวลเรื่องการเมืองเข้ามาเป็นปัจจัยลบเพิ่มเติม" นางปิยะมาน กล่าว

ด้าน นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) กล่าวว่าปัจจัยเสี่ยงของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในขณะนี้ คือ ปัญหาความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งที่ผ่านมาเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ด้านการท่องเที่ยวโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยขณะนี้ หันมาพึ่งตลาดเอเชียเป็นหลัก ซึ่งโดยปกติตลาดเอเชียจะมีพฤติกรรมอ่อนไหวต่อข่าวสาร เรื่องความไม่สงบทางการเมืองสูง ดังนั้นจึงต้องการให้การเคลื่อนไหวทางการเมืองและการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกติกาและปราศจากความรุนแรง เพราะหากเกิดความรุนแรงจากการชุมนุมทางการเมือง จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยให้ชะลอตัวลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากเอเชีย

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังประเมินโอกาสของธุรกิจท่องเที่ยวไทยในทิศทางบวกสำหรับช่วงครึ่งปีหลัง โดยดูจากแนวโน้มอัตราเข้าพักเฉลี่ยที่ยังเติบโตถึง 10% ในเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยถือเป็นช่วงโลว์ซีซันที่ดีที่สุดในรอบหลายปี

อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังน่าเป็นห่วง คือ จำนวนห้องพักที่มากกว่าความต้องการของตลาด และการแข่งขันจากที่พักประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้จดทะเบียนธุรกิจโรงแรมอย่างถูกต้อง สังเกตได้จากตัวเลขขยายตัวของนักท่องเที่ยวทั้งประเทศ ที่อยู่ในระดับกว่า 25% หรือ 2.05 ล้านคน แต่การขยายตัวของลูกค้าโรงแรมกลับมีเพียง 10% แสดงให้เห็นว่ามีอุปทานห้องพักนอกกฎหมายที่เข้ามาฉวยโอกาสจับตลาดนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดจีนที่มีการเติบโตในเดือนมิ.ย. ในอัตรากว่า 100%

นายเบิร์ต วอน วาลเบ็ก ประธานสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (พาต้า) สาขาประเทศไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังที่สุด คือ ปัญหาความไม่สงบทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งควรควบคุมไม่ให้การชุมนุมบนท้องถนนลุกลามบานปลายจนกลายเป็นเหตุรุนแรง ซึ่งภาพเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวจะบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยวต่างชาติทันที แต่หากควบคุมเหตุการณ์ให้อยู่ในความสงบเรียบร้อยได้ สำหรับประเทศไทย พาต้า ประเมินว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะมีนักท่องเที่ยวถึง 26 ล้านคน ตามเป้าหมายที่ ททท.วางไว้

"สถานการณ์ท่องเที่ยวในช่วงครึ่งปีแรกของไทย มีแนวโน้มที่ดี และถือเป็นอานิสงส์มาจากความสงบเรียบร้อยของการเมืองในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น คาดการณ์ในช่วงท้ายของปีนี้ ธุรกิจน่าจะประคองตัวให้เติบโตต่อไปได้" วาลเบ็ก กล่าว