วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับขึ้น

เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้จะปรับขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

โดยนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและจีนมากขึ้น หลังตัวเลขเศรษฐกิจ เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต (PMI) เดือน ก.ค. 2556 ของสหรัฐเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 4 เดือน และดัชนีตัวเดียวกันนี้ของจีน ในเดือน ก.ค. 2556 ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้าเช่นกัน บ่งชี้ว่าภาคการผลิตของจีนยังขยายตัว


แนวรับ/แนวต้าน: 1425/1456


กลยุทธ์ : ขายทำกำไรเมื่อตลาดรีบาวด์ ซื้อเมื่อเข้าใกล้แนวรับ ตลาดยังคงมีความผันผวน โดยเฉพาะเรื่องการเมืองในประเทศเป็นปัจจัยกดดันตลาดในระยะสั้น แนะนำซื้อหุ้นพื้นฐานดี สภาพคล่องสูง และปันผลสูงในขณะตลาดปรับฐานลง


สัดส่วนการลงทุน: เงินสด 60%: พอร์ตหุ้น 40%


นักลงทุนระยะสั้น: เก็งกำไร BGH, AI, KBANK


นักลงทุนระยะยาว: แนะนำซื้อ DEMCO, TTW, WHA, ILINK


จับข่าวมาเก็งกำไร


BGH : นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มและกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทได้มีการปรับเป้ารายได้ในปีนี้เหลือโต 13% หรืออยู่ที่ 52,000 ล้านบาท จากเดิมที่คาดว่ารายได้จะโต 15% จากปีก่อนที่มีรายได้ 48,829 ล้านบาท ทั้งนี้เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจค่อนข้างถดถอย อย่างไรก็ตามบริษัทยังเชื่อว่ากำไรของบริษัทในปีนี้น่าจะเติบโตได้ในระดับเลขสองหลัก ส่วนการลงทุนขยายโรงพยาบาลนั้น นับจากนี้ไปจนถึงปี 2557 บริษัทจะมีโรงพยาบาลเพิ่มเป็น 50 แห่ง จากปัจจุบันที่มีโรงพยาบาลอยู่ 30 แห่ง โดยที่เหลือ20 แห่ง น่าจะเป็นโรงพยาบาลในประเทศตามจังหวัดหัวเมืองใหญ่ๆ ทั้งนี้บริษัทจะใช้เงินทุนกว่า 7,000 ล้านบาท ในการซื้อกิจการ, ลงทุนเอง และการแลกหุ้นโรงพยาบาลด้วยกัน โดยเฉพาะในหัวเมืองใหญ่ ทั้งนี้บริษัทวางเป้าว่าจะมีรายได้ขั้นต่ำที่ 75,000 ล้านบาทในปีหน้า จากการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาลดังกล่าว (ข่าวหุ้น)


ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน


ปัจจัยภายในประเทศ


- ธปท.ประเมินสัญญาณ “เฟด” ชี้สหรัฐเริ่มฟื้น-คงเป้าคิวอี : แบงค์ชาติประเมินเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวตามตลาดคาด เชื่อโอกาสกลับไปแย่มีน้อยลง ระบุถ้อยแถลงของเฟดรอบนี้รัดกุม ไม่เป็นการส่งสัญญาณทำให้ตลาดผันผวน นายปฤษันต์ จันทน์หอม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ถ้อยแถลงของธนาคารกลางสหรัฐครั้งล่าสุด ถือว่ารัดกุมมาก โดยไม่เป็นลักษณะของการส่งสัญญาณว่า เฟดจะลดปริมาณการใช้คิวอีลงเมื่อใด ส่วนหนึ่งอาจเพราะเฟดมีประสบการณ์จากในอดีต ที่ทำให้ตลาดเงินมีความผันผวนค่อนข้างมาก ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ประกาศออกมาล่าสุดนั้นถือว่าเป็นแนวโน้มที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว และ ธปท. เชื่อว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง


ปัจจัยต่างประเทศ


+ สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ก.ย.พุ่งขึ้น 2.86 ดอลลาร์ ปิดที่ 107.89 ดอลลาร์/บาร์เรล


+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์พุ่งขึ้น 128.48 จุด หรือ 0.83% ปิดที่ 15,628.02
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (1 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P 500 พุ่งขึ้นเหนือแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 1,700 จุด ขานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่เดินหน้าใช้มาตรการ QE และข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่มีการเปิดเผยในวันนี้ รวมถึงจำนวนคนว่างงานที่ลดลง และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตที่ขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง