วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พงษ์ศักดิ์'ชี้ขึ้นแอลพีจีต้นทุนอาหารเพิ่ม5สต.

"พงษ์ศักดิ์"ยันขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม ต้นทุนค่าอาหารเพิ่ม 5 สตางค์ต่อจาน จี้สนพ.เร่งดึงร้านค้า- หาบเร่แผงลอยเข้าระบบเพิ่ม

นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยในงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ "ปรับราคาก๊าซ LPG ก้าวที่กล้าพลังงานไทย"ว่า จากการศึกษาผลกระทบจากการขึ้นราคาก๊าซปิโตรเลียมเหลวภาคครัวเรือน หรือก๊าซหุงต้ม พบว่าต้นทุนราคาอาหารจะเพิ่มขึ้นเพียง 5 สตางค์ต่อ 1 จานเท่านั้น ส่วนร้านอาหารขนาดเล็ก และหาบเร่แผงลอยจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐใช้ก๊าซราคาเดิม ดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ร้านค้าอาหารขนาดเล็กจะปรับราคาอาหาร หากปรับราคาก็ขอความร่วมมือประชาชนไม่สนับสนุนร้านค้าเหล่านี้ ส่วนร้านอาหารที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐ จะมีต้นทุนเพิ่มเพียง 5 สตางค์เท่านั้น จึงไม่มีเหตุผลที่ต้องปรับราคาให้กระทบกับผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ต้องการให้ประชาชนเข้าใจว่าก๊าซหุงต้มเป็นพลังงานหลัก เพื่อใช้ในภาคครัวเรือน ไม่ใช่เป็นพลังงานหลักที่ใช้ในภาคขนส่ง และที่ผ่านมาราคาก๊าซที่คนไทยใช้นั้น เป็นราคาที่ ต่ำกว่าต้นทุนมาก โดยเฉพาะในภาคครัวเรือน และภาคขนส่ง เป็นการบิดเบือนกลไกตลาดด้วยการนำเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาอุดหนุนรวมกว่า 1.4 แสนล้านบาท และยังทำให้เกิดปัญหาลักลอบใช้ข้ามประเภท รวมถึงลักลอบขายก๊าซตามชายแดน ส่งผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจของไทย

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะปรับราคาก๊าซหุงต้ม เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ลดปัญหาการบิดเบือนของราคาแน่นอน ในวันที่ 1 ก.ย. 2556 จะปรับขึ้นเดือนละ 0.50 บาทต่อกก. จนถึง 24.82 บาทต่อกก. ขณะนี้ได้เร่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างราคาก๊าซที่แท้จริงไปยังกลุ่มเป้าหมาย แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 90 หน่วยต่อเดือน จำนวน 7.6 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนที่ไม่มีไฟใช้ จำนวน 1.8 แสนครัวเรือน และร้านค้ารายย่อย หาบเร่ แผงลอยจำนวน 1.7 แสนราย

ส่วนการแก้ไขปัญหาหาบเร่แผงลอยบางส่วนไม่มาขึ้นทะเบียนรับการช่วยเหลือจากภาครัฐนั้น ได้ให้สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เร่งรัดให้ร้านค้า หาบเร่แผงลอย ที่เข้าข่ายได้รับการช่วยเหลือให้เข้ามาลงทะเบียน

"จากการประเมินเบื้องต้น จะมีกลุ่มร้านค้า หาบเร่แผงลอยประมาณ 5 แสนรายได้รับการช่วยเหลือ แต่พบว่าจนถึงปัจจุบันกลุ่มนี้มาลงทะเบียนรับสิทธิเพียง 1.7 แสนราย สาเหตุมาจาก กังวลเรื่องนำข้อมูลไปคิดภาษี ดังนั้นจึงขอยืนยันว่ารัฐบาลจะไม่นำข้อมูลนี้ไปเรียกเก็บภาษีอย่างแน่นอน "

นอกจากนี้ประชาชนกลุ่มที่จะได้รับการช่วยเหลือบางส่วนมีความกังวลเรื่องขั้นตอน และไม่สะดวกให้ข้อมูล จากการสอบถามร้านค้าตามศูนย์ราชการด้วยตนเอง พบว่าไม่มีร้านใดลงทะเบียนรับสิทธิเลย ดังนั้นจึงต้องการให้ร้านค้ารวมกลุ่มแจ้งไปที่กระทรวงพลังงาน เพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกมาลงทะเบียนให้ถึงร้าน

ด้าน นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ผู้อำนวยการ สนพ. กล่าวว่า สนพ. พยายามจัดกิจกรรมต่างๆ ที่จะกระตุ้นให้ภาคประชาชนเข้าใจเรื่องโครงสร้างราคาแอลพีจี และเหตุผลการปรับราคา รวมถึงเหตุผลจากการสร้างความพร้อมด้านพลังงานของประเทศไทยต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี โดยจะมีการจัดเวทีทั้งส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อให้ข้อมูลแก่ประชาชนในเชิงลึก อย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำและเผยแพร่ข้อมูลที่แท้จริงไปยังประชาชนทั่วประเทศ

ส่วนการเร่งรัดให้กลุ่มร้านค้า หาบเร่แผงลอยเข้าสู่ระบบได้รับความช่วยเหลือนั้น ขณะนี้ก็มีกลุ่มร้านค้าหาบเร่แผงลอย เข้ามายื่นลงทะเบียนเพิ่มขึ้นอีกหลายพันราย และคาดว่าจะทยอยเข้ามาลงทะเบียนอย่างต่อเนื่อง ส่วนข้อกังวลว่าจะมีร้านค้าอาหารฉวยโอกาสขึ้นราคานั้น ได้หารือกับกระทรวงพาณิชย์ให้เข้ามาควบคุมอย่างเข้มงวดแล้ว