วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยรรยง'ถกผู้ค้า-ตลาดสด ตรึงราคาหมู130บ.

"ยรรยง"ถกผู้เลี้ยงสุกร-ตลาดสด พร้อมร่วมมือตรึงราคาเนื้อสุกรไม่เกิน 130 บาทต่อกก.ไปถึงเทศกาลสารทจีน 3 สัปดาห์ข้างหน้า

นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวภายหลังหารือร่วมกับสมาคมผู้เลี้ยงสุกร เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร และตัวแทนตลาดสด ว่า ทุกฝ่ายเห็นร่วมกันที่จะดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ด้วยการไม่ปรับขึ้นราคาขายปลีกสุกร หรือราคาสุกรหน้าเขียง จากปัจจุบันที่เฉลี่ยอยู่ที่กิโลกรัมละ 130 บาท ไปจนถึงช่วงเทศกาลสารทจีนในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มอยู่ที่ 72 บาทต่อกิโลกรัม

โดยกระทรวงพาณิชย์ร่วมกับผู้เลี้ยงสุกร ตลาดสดและห้างสรรพสินค้า ด้วยการจัดมุมจำหน่ายเนื้อสุกรราคาประหยัด ซึ่งทางกรมการค้าภายในจะไปดำเนินการหารือกับหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

อย่างไรก็ตาม ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรได้เสนอให้มีการดูแลราคาสุกร ในแต่ละช่วงให้มีเสถียรภาพระยะยาว โดยไม่ให้มีการปรับราคาขึ้นลงเร็วเกินไป จึงต้องการให้มีการจัดตั้งกองทุนดูแลเสถียรภาพราคาเนื้อสุกรขึ้น

ในเบื้องต้นสมาคมฯต้องการให้ภาครัฐนำเงิน จากการจัดเก็บภาษีนำเข้ากากถั่วเหลืองในแต่ละปี ที่เก็บได้เฉลี่ยปีละ 800-900 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินดังกล่าวนำมาดูแลภาคธุรกิจเนื้อสุกรประมาณ 400-450 ล้านบาท

"เขาบอกให้นำเงินภาษีดังกล่าว นำมาตั้งเป็นกองทุนในการดูแลเสถียรภาพด้านการตลาด ด้วยการรับซื้อสุกรในช่วงที่ปริมาณสุกรล้นตลาด หรือนำไปดำเนินการแปรรูปอาหารสัตว์และจัดซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิตอาหารสัตว์"

ข้อเสนอดังกล่าวในเบื้องต้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่คัดค้าน แต่จะต้องมีการหารือกับกระทรวงการคลัง ในฐานะหน่วยงานที่จัดเก็บภาษีว่าจะมีปัญหาระเบียบของส่วนราชการหรือไม่ รวมทั้งต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

สถานการณ์ราคาสินค้าเนื้อสัตว์นั้นขึ้นอยู่กับอาหารสัตว์ โดยหากกระทรวงพาณิชย์ปล่อยให้อาหารสัตว์ปรับขึ้นราคา จะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังสินค้าหมวดอาหาร ในกลุ่มเนื้อสัตว์ ที่ราคาจะต้องปรับตัวสูงขึ้น ตามต้นทุนอาหารสัตว์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่อาหารสำเร็จรูป ร้านค้าแผงลอย ก็จำเป็นต้องปรับขึ้นราคา ตามราคาเนื้อสัตว์ที่ปรับสูงขึ้นเช่นเดียวกัน มีผลกระทบกับค่าครองชีพของผู้บริโภค