สวนอุตสาหกรรมโรจนะ ร่วมกับ อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ทำสัญญาร่วมทุน ตั้งบริษัทพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย พื้นที่ 1.27 แสนไร่
นายจิระพงษ์ วินิชบุตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ กล่าวว่า บริษัทเห็นถึงโอกาสการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนที่ขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จึงได้ตกลงทำสัญญาร่วมทุนกับบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ในการก่อตั้งบริษัทขึ้นเพื่อดำเนินการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย ประเทศพม่า ครอบคลุมพื้นที่ 127,000 ไร่ โดยจะทยอยพัฒนาทีละเฟส
กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประกอบด้วย อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องนุ่มห่มและสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ยางพารา เฟอร์นิเจอร์ทั้งจากไม้และยางพารา พลาสติก วัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง เครื่องหนัง และอาหารทะเล
เขากล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนทำให้ภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเกิดความคล่องตัวมากขึ้น โรจนะฯ จึงต้องมีการพัฒนาเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลง และความต้องการของนักลงทุน โดยให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงการลงทุนไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านที่มีศักยภาพ ซึ่งพม่าถือเป็นประเทศที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุน โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่ทวายซึ่งเป็นประตูสำคัญในการเชื่อมต่อระบบโลจิสติกส์ไปยังประเทศแถบตะวันตกได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับโครงการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทวาย คาดว่าจะเริ่มดำเนินการและทำการตลาดได้ภายในสิ้นปี 2556 โดยผู้ซื้อจะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ประมาณต้นปี 2557
นางสาวอมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการ บริษัทโรจนะ กล่าวว่า การจัดตั้ง บริษัทร่วมทุนดังกล่าวเบื้องต้นจะเป็นการถือหุ้นร่วมกันระหว่างบริษัท และบริษัทอิตาเลียนไทย ส่วนในอนาคตอาจมีพันธมิตรจากญี่ปุ่นเข้าร่วม
ทั้งนี้ การลงทุนในโครงการดังกล่าวคงจะเป็นลักษณะทยอยลงทุน ไม่ใช่การลงทุนเต็มทั้งพื้นที่ โดยพื้นที่พัฒนากว่าแสนไร่นั้น จะครอบคลุมทั้งในส่วนของอุตสาหกรรมหนัก และอุตสาหกรรมพื้นฐานด้วย
สำหรับการเข้าไปลงทุนในพม่านั้น เห็นว่าเป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากพม่ามีประชากร และทรัพยากรจำนวนมาก แต่การลงทุนของภาคอุตสาหกรรมยังมีไม่มาก ขณะที่นักลงทุนต่างให้ความสนใจเข้าไปลงทุน หากที่ผ่านมาไม่สามารถดำเนินการได้เพราะติดปัญหาการเมือง กฎระเบียบต่างๆ ที่ไม่ชัดเจน
"เกือบ 20 ปีที่แล้ว เราเคยเข้าไปได้พื้นที่ในพม่ามาล็อตหนึ่ง แต่การเมือง และกฎกติกาต่างๆ ยังไม่ชัดเจน เราเลยไม่ได้สานต่อ วันนี้ทุกคนเชื่อแล้วว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพ" นางสาวอมรา กล่าว
อย่างไรก็ตาม การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 1 วันหลังจากที่รัฐบาลพม่า เผยแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ระยะเวลา 75 ปี ดึงญี่ปุ่นเข้าเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์เพิ่มเติมจากไทย พร้อมเชิญนักลงทุนและนักพัฒนาต่างชาติเข้าร่วมประมูลโครงการ
นายอู เย เมียน ประธานคณะกรรมการดำเนินงานโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย กล่าวว่า แผนดังกล่าวซึ่งมีระยะเวลาในการดำเนินงานคราวละ 5 ปี จะตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 113,438 ไร่ และว่า ธุรกิจที่ดำเนินงานในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายจะต้องไม่สร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ส่งผลกระทบต่อสังคม โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ถือเป็นโครงการแรกของประเทศที่เน้นในเรื่องนี้
ทั้งนี้ โครงการระยะแรกจะเป็นวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) เน้นอุตสาหกรรมตัดเย็บเสื้อผ้า เครื่องหนัง อาหาร ยางพารา อุตสาหกรรมที่ใช้ผลิตผลเกษตรเป็นพื้นฐาน และเฟอร์นิเจอร์ มีกำหนดแล้วเสร็จภายในห้าปี บนพื้นที่ราว 6.25 พันไร่
โครงการระยะที่สอง เป็นแผนการห้าปีเช่นเดียว บนพื้นที่ 5,000 ไร่ ประกอบด้วย โรงงานเหล็ก ปุ๋ย โรงกลั่นน้ำมัน และโรงงานผลิตรถยนต์ โครงการระยะที่สามใช้เวลา 10 ปี ประกอบด้วยโรงงานผลิตพลาสติก เคมีภัณฑ์ และโรงกลั่นน้ำมันดิบ ขณะที่โครงการระยะที่สี่และห้า จะเปิดให้บริษัทการค้าและการตลาดนำเสนอโครงการ
นอกจากนี้เขตเศรษฐกิจพิเศษทวายยังรวมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐาน อย่างการสร้างท่าเรือน้ำลึก ทางหลวงพม่า-ไทย โรงไฟฟ้า เขื่อน และที่้อยู่อาศัย โครงการดังกล่าวริเริ่มโดยพม่าและไทย ภายหลังได้เชิญญี่ปุ่นเข้าเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ด้วย









