คกก.กลั่นกรองศก.เห็นชอบเดินหน้าสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้ คลองบางซื่อ จากคลองลาดพร้าว-แม่น้ำเจ้าพระยา มีประสิทธิภาพการสูบน้ำได้ 60 มม./วินาที
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรอง เรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 1 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ที่มี นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานว่า มีมติเห็นชอบให้ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร เสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาสัปดาห์หน้าเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใต้คลองบางซื่อจากคลองลาดพร้าว-แม่น้ำเจ้าพระยา ความยาว 6.40 กิโลเมตร มีประสิทธิภาพการสูบน้ำได้ 60 มิลลิเมตรต่อวินาที วงเงินก่อสร้างประมาณ 2,424 ล้านบาท
ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีนี้ใช้งบประมาณไม่ถึง 1,000 ล้านบาท โดยจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปี 2559 เป็น 1 ในโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำ ของกรุงเทพมหานคร 10 โครงการ ก่อสร้างเสร็จแล้ว 7 โครงการ ซึ่งรัฐบาลจะมีการบริหารจัดการงบประมาณดำเนินการก่อสร้างด้วยการสนับสนุนงบประมาณให้ร้อยละ 50 ของวงเงินงบประมาณทั้งหมดของโครงการ ส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 50 กรุงเทพมหานคร ต้องออกค่าก่อสร้างเอง เพื่อใช้เป็นอุโมงค์ระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ช่วงฤดูฝนลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ให้มีการท่วมขังยาวนาน จนประชาชนในพื้นที่เดือดร้อนหรือได้รับผลกระทบมากนัก
นายชัชชาติ กล่าวว่า ที่สำคัญหากอุโมงค์แล้วเสร็จจะช่วยลำเลียงน้ำ จากพื้นที่เขตห้วยขวาง ดินแดง จตุจักร พญาไทดุสิต และเขตบางซื่อ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาโดยตรงบริเวณพื้นที่เกียกกาย ช่วยลดระยะเวลาการเดินทางของน้ำ และแก้ไขจุดอ่อนน้ำท่วม บริเวณถนนพหลโยธิน ช่วงจากสี่แยกสะพานควาย - ห้าแยกลาดพร้าว ถนนวิภาวดีรังสิต ช่วงจาก สี่แยกสุทธิสาร - ห้าแยกลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก ช่วงจากสี่แยกรัชโยธิน - คลองบางซื่อช่วงจากคลองบางกระบือ - สี่แยกเกียกกาย ถนนลาดพร้าว ช่วงจากสี่แยกรัชดาลาดพร้าว - คลองบางซื่อ และถนนกำแพงเพชร ช่วงจาก ใต้ทางด่วนศรีรัช - ตลาดนัดสวนจตุจักร ได้ด้วย
เนื่องจากปัจจุบันนี้พื้นที่กรุงเทพมหานคร เวลามีปริมาณฝนตกหนักเกินกว่า 60 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง มีศักยภาพระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาแล้วเสร็จถึง 3 ชั่วโมง ทำให้มีน้ำท่วมขังจำนวนมากในหลายพื้นที่กรุงเทพมหานครในทุกปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ จนกว่าอุโมงค์ดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จ และสามารถใช้งานได้ต้องใช้เวลาประมาณกว่า 2 ปี ดังนั้น ปีนี้ต้องมีการบริหารจัดการระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้เป็นระบบมากขึ้น โดยเฉพาะการระบายปริมาณน้ำฝนที่ท่วมขังให้เร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพสูงสุดต้องให้ได้ 60 มิลลิเมตร/วินาทีแทน









