ไทยประกันชีวิต ดึงทุนญี่ปุ่นยักษ์ใหญ่ "เมจิ ยาซึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์" ถือหุ้น 15% หวังโนว์ฮาวระดับโลกเสริมศักยภาพธุรกิจ สานแผนขยายตลาดอาเซียน
บริษัทยักษ์ใหญ่ระดับแถวหน้าของญี่ปุ่นในหลายอุตสาหกรรมต่างรุกคืบเข้ามาลงทุนในไทยด้วยวิธีการ "ซื้อกิจการ" หรือ "ร่วมทุน" หรือ "เข้าถือหุ้น" ในบริษัทขนาดใหญ่ของไทย เช่น ธนาคารมิตซูบิชิ ยูเอฟเจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป เข้าซื้อหุ้นใหญ่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ล่าสุด "เมจิ ยาซึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์" บริษัทประกันชีวิตยักษ์ใหญ่อันดับ 2 ของประเทศญี่ปุ่นเข้าถือหุ้น 15% ในกิจการ "ไทยประกันชีวิต" โดยก่อนหน้านี้รอยเตอร์ระบุว่าการเข้าซื้อหุ้น 15% ในบริษัท ไทยประกันชีวิต ของ เมจิ ยาซึดะฯ คาดว่าจะใช้เม็ดเงินราว 700 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 2.1 หมื่นล้านบาท
นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต กล่าวว่า วานนี้ (26 ก.ค.) บริษัท ไทยประกันชีวิต ได้ลงนามในการเป็นพันธมิตรธุรกิจร่วมกับ บริษัท เมจิ ยาซึดะ ไลฟ์ อินชัวรันส์ จำกัด แห่งประเทศญี่ปุ่น ซ่งเมจิ ยาซึดะฯ จะเข้ามาถือหุ้นในไทยประกันชีวิตสัดส่วน 15%
"การร่วมถือหุ้นข้างต้นดังกล่าว เป็นลักษณะของพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ หรือ Strategic Partners ซึ่งไทยประกันชีวิต มีบาร์เคลย์ส บริษัทวาณิชธนกิจชั้นนำของอังกฤษ เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ สํานักงานกฎหมายเบเคอร์ แอนด์ แมคเคนซี เป็นที่ปรึกษาทางกฎหมาย"
นายไชย อธิบายถึงเหตุผลที่ดึง เมจิ ยาซึดะฯ เข้าถือหุ้นในครั้งนี้ว่า การก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ของประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ จะมีผลต่อการขยายตัวและการแข่งขันของธุรกิจประกันชีวิตในภูมิภาคอาเซียน ขณะที่ "ไทยประกันชีวิต" สนใจและมีแผนขยายตลาดในภูมิภาคนี้เช่นเดียวกัน จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมองค์กรรองรับการขยายธุรกิจ ซึ่งพันธมิตรธุรกิจ เมจิ ยาซึดะฯ จะเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันให้กับไทยประกันชีวิตก้าวสู่การแข่งขันในระดับสากลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผนึกจุดแข็งรุกตลาดอาเซียน
"การถือหุ้นในลักษณะพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ เพื่อผสมผสานความหลากหลายด้านภูมิศาสตร์ของธุรกิจรองรับการเติบโตของเออีซี ไทยประกันชีวิต และ เมจิ ยาซึดะฯ จะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ผสานจุดแข็ง เสริมความแข็งแกร่งซึ่งกัน เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดในภูมิภาคอาเซียนเหนือคู่แข่ง" นายไชย กล่าว
สำหรับ ไทยประกันชีวิต นับเป็นบริษัทประกันชีวิตของไทยที่มีความมั่นคงสูง มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับ "ท็อปทรี" มีความเชี่ยวชาญในการทำตลาดประกันชีวิตในไทยมายาวนาน แข็งแกร่งทั้งด้านการบริหารจัดการ การลงทุน การบริหารความเสี่ยง รวมถึงช่องทางจำหน่ายที่หลากหลายครอบคลุมลูกค้าทั่วประเทศ ปัจจุบันบริษัทมีจำนวนตัวแทนมากเป็นอันดับสองของประเทศ รวมถึงสาขาและศูนย์บริการลูกค้ากว่า 300 แห่งทั่วประเทศ
ขณะที่ เมจิ ยาซึดะฯ เป็นบริษัทประกันชีวิตขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น ก่อตั้งมายาวนานกว่า 130 ปี เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการบริหารช่องทางการจัดจำหน่าย ส่งผลให้ เมจิ ยาซึดะฯ ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดไปสู่สหรัฐ จีน อินโดนีเซียและโปแลนด์มากว่า 30 ปี
โครงสร้างบริหารไม่เปลี่ยนแปลง
อย่างไรก็ดี การเข้ามาถือหุ้นในสัดส่วน 15% ของ เมจิ ยาซึดะฯ ในไทยประกันชีวิต ไม่กระทบต่อโครงสร้างการบริหารจัดการ และการกำหนดนโยบายของไทยประกันชีวิต ขณะเดียวกันจะช่วยเสริมศักยภาพความแข็งแกร่ง ตลอดจนความรู้ ความเชี่ยวชาญในการขยายธุรกิจไปสู่ประเทศในภูมิภาคอาเซียนได้ดีขึ้น
"ความเชี่ยวชาญและเข้าใจลูกค้าคนไทยของไทยประกันชีวิตจะถูกผสานรวมกับความแข็งแกร่งของ เมจิ ยาซึดะฯ ส่งผลดีต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และการบริการใหม่ๆ เอื้อประโยชน์ต่อการขยายฐานลูกค้า และรองรับความต้องการของลูกค้าได้หลากหลายยิ่งขึ้น เป็นการยกระดับกิจการคนไทยก้าวสู่ระดับสากลด้วยเช่นกัน" นายไชย กล่าว
สำหรับ ไทยประกันชีวิต เป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย ที่มุ่งมั่นสร้างหลักประกันชีวิตที่มั่นคงแก่ผู้เอาประกันมายาวนานกว่า 70 ปี โดยสถานะทางการเงิน ณ สิ้นเดือนธ.ค. 2555 มีสินทรัพย์รวม 2.02 แสนล้านบาท เงินสำรองประกันชีวิต 1.6 แสนล้านบาท มีเบี้ยประกันรับปีแรกในปีที่ผ่านมา 1.24 หมื่นล้านบาท เติบโตถึง 40%









