ภาคอุตสาหกรรมจ.กาญจนบุรีเรียกร้องรัฐสร้างความเข้มแข็งด้านแรงงาน-เอสเอ็มอี-ขนส่ง รับเออีซี พร้อมแนะประเมินคู่แข่ง
วุฒิสภา และมูลนิธิคอนราด อเดนาวร์ ร่วมจัดเสวนาเรื่อง"ไทยจะได้ประโยชน์อันจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน : กรณีเส้นทางคมนาคมสู่ท่าเทียบเรือทวายน้ำลึกและนิคมอุตสาหกรรมทวาย" ภายใต้โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ที่ จ.กาญจนบุรี โดยภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่รวมเวที โดยนายสมชาย ศักดาเวคีอิศร ที่ปรึกษาด้านการวางแผนการพัฒนาพื้นที่และจังหวัดชายแดนภาคใต้ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ในปีที่ประเทศไทยเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน เชื่อว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) รวมถึงแรงงานต้องมีการปรับตัวเพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับตนเอง โดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าและวัตถุดิบ เพราะจากสถิติประเทศไทยมีความสามารถในการทำธุรกิจ ลำดับที่ 18 จากทั้งหมด 185 ประเทศทั่วโลก แต่ประเทศไทยยังมีจุดอ่อนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน หรือระบบการคมนาคมขนส่ง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพัฒนาอย่างเร่งด่วน
นายชัยวัฒน์ ลิมป์วรรณธะ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทวาย สร้างโอกาสในการพัฒนาจังหวัดกาญจนบุรีให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจชายแดนและศูนย์รวมของการคมนาคมขนส่ง ทำให้รัฐบาลได้อนุมัติโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์สายบางใหญ่-กาญจนบุรี ดังนั้นภาคประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นต้องศึกษาแนวทางเพื่อรองรับการเป็นเส้นทางเศรษฐกิจ, ศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และการพัฒนาการค้าผ่านแดนด้วย
ส่วนนางชวนทัศน์ ประไพพิศ รองผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือนิคมทวาย มีพื้นที่ประมาณ 204.5 ตารางกิโลเมตร รองรับอุตสาหกรรมเหล็ก พลังงาน ปิโตรเคมี อุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดเบา ซึ่งโครงการนี้เป็นตัวขับเคลื่อนเศรฐษกิจแห่งใหม่ที่สำคัญของภูมิภาคและเชื่อมโยงเศรษฐกิจของเอเชียตะวันออกกับตลาดตะวันตกและที่สำคัญทำให้ประเทศไทยเปลี่ยนจากระบบเศรษฐกิจที่เน้นแรงงาน สู่ระบบเศรษฐกิจที่เน้นมูลค่า แต่มีสิ่งที่ควรพิจารณาคือคู่แข่ง ดังนั้นตนอยากให้นำผลการศึกษา การพัฒนา ส่งเสริมการอุตสาหกรรมจากประเทศอื่น ๆ ซึ่งมีข้อดี มาเป็นรูปแบบในการพัฒนาอุตสาหกรรมของไทย








