วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'กิตติรัตน์'ห่วงโปรเจคน้ำ-กู้2ล้านล้านฉุดศก.

"กิตติรัตน์"ห่วงโครงการน้ำและโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมล่าช้าทำเศรษฐกิจชะลอตัว และกระทบความเชื่อมั่นการลงทุน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังหารือกับผู้บริหารบริษัทแคทเตอร์พิลลาร์ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตเครื่องจักรกลรายใหญ่ของโลกว่า บริษัทแคทเตอร์พิลลาร์ได้ลงทุนสร้างโรงงานผลิตรถแทรคเตอร์ ละรถขุดเจาะใต้ดิน ที่จ.ระยอง มูลค่ากว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯหรือประมาณ 18,000 ล้านบาท(30บาทต่อเหรียญสหรัฐฯ) มีเป้าหมายการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 100,000 ยูนิตต่อป โดยต้องการใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อการส่งออกเป็นหลัก จำหน่ายในประเทศเพียงเล็กน้อย

ทั้งนี้ ผู้บริหารบริษัทแคทเตอร์พิลลาร์ได้หารือถึงโครงการการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมของไทยมูลค่า 2 ล้านล้านบาท ซึ่งเห็นว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ดำเนินโครงการดังกล่าว โดยได้ชี้แจงให้ผู้บริหารบริษัทดังกล่าวฟังว่าในการดำเนินโครงการรัฐบาลจะทำตามขั้นตอนตามกฎหมาย แต่ประเทศไทยจะมองเรื่องการเมืองว่ามั่นคงเต็มที่ไม่ได้ แต่การที่การเมืองไม่มั่นคงเต็มที่ถ้าคิดในแง่ดีก็มีประโยชน์ เพราะฝ่ายบริหารจะได้ไม่ย่ามใจ ทำอะไรให้ถูกต้องด้วยความระมัดระวัง

"งานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลได้วางแผนไว้ดีหมดแล้ว ตามขั้นตอนการปรับสมดุลเศรษฐกิจจากเน้นเรื่องการส่งออก มาเป็นการเพิ่มกำลังซื้อในประเทศ เลิกภูมิใจกับเรื่องค่าแรงต่ำ และการเร่งการใช้จ่ายภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อสร้างเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว พร้อมรักษาบรรยากาศทั่วไปให้การลงทุนภาคเอกชนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับบรรยากาศการท่องเที่ยว จะทำให้เศรษฐกิจไทยไปได้ดี"

ส่วนข้อเป็นห่วงเรื่องความล่าช้าการลงทุนเพื่อสร้างศักยภาพระยะยาวของประเทศ ทั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมวงเงิน 2 ล้านล้านบาท และการบริหารจัดการน้ำ 350,000 ล้านบาทนั้น โดยเฉพาะโครงการบริหารจัดการน้ำที่ศาลปกครองสั่งให้รัฐต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อน และทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและผลกระทบด้านสุขภาพก่อนนั้น ต้องยอมรับคำวินิจฉัยของศาล แต่อดคิดไม่ได้ว่าสมาคมต่อต้านโลกร้อนที่ดูจะห่วงใยในทุกเรื่อง ทำไมไม่เห็นอยู่ในช่วงที่เกิดน้ำท่วมใหญ่เมื่อปลายปี 2554 และอดคิดไม่ได้ว่าการผลักดันให้โครงการล่าช้าเป็นเหตุผลทางการเมือง

นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า การลงทุนระบบป้องกันน้ำท่วม ถ้ามีอะไรที่ทำให้การปฏิบัติต้องล่าช้าออกไป สุดท้ายไม่เกิดตามแผนที่วางไว้ รวมทั้งโครงการโครงสร้างพื้นฐานถ้าดำเนินการไม่ได้ตามแผนจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว จะกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ความไม่สบายใจจะเกิดขึ้น แต่ไม่เชื่อว่าจะเกิดการย้ายฐานการผลิต แต่การขยายกำลังการผลิตหรือนักลงทุนรายใหม่ อาจจะมองว่าเป็นความเสี่ยง และอาจชะลอการลงทุนไป

"ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจอยากวิงวอนให้ท่านผู้นำทางความคิดทั้งหลาย หากจะมีความคิดเห็นทางการเมืองต่อสู้กันไปเถิด แต่อย่าให้มีแง่มุมทางเศรษฐกิจ เพราะจะมีผลต่อความอยู่ดีกินดี การมีงานทำ มีผลต่อเรื่องรายได้ด้วย"นายกิตติรัตน์ กล่าว