ธปท.มองการปรับลดจีดีพีเหลือ 4.2% ไม่ต่ำเกินไป ระบุสอดคล้องกับเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคที่ชะลอตัว พร้อมดูแลเงินทุนไหลเข้า-ออก
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ ธปท.ได้ปรับลดประมาณการอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือจีดีพี ของประเทศในปีนี้เหลือเพียง 4.2% จากเดิม 5.1% ว่า ยังไม่ถือเป็นการปรับลดในอัตราที่ต่ำเกินไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค เนื่องจากระยะหลังต้องยอมรับว่า เศรษฐกิจประเทศคู่ค้าชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก ดังนั้นจึงสัมพันธ์กับภาคส่งออกของประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังมีอัตราการเติบโตที่อยู่ในเกณฑ์ดี แต่เชื่อว่าหากได้รับการกระตุ้นจากภาคการใช้จ่ายและการลงทุนของนโยบายรัฐบาลได้ตามแผน จะช่วยผลักดันให้ธุรกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัว และการลงทุนจะเป็นส่วนเสริมสภาพคล่องของเศรษฐกิจประเทศ
"เศรษฐกิจปีนี้ที่เรามองโต 4.2% ก็ไม่ได้ถือว่าต่ำเกินไปถ้าเทียบกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ตัวที่สำคัญคือ เราต้องดูจุดแข็งและข้อจำกัดของเราคืออะไร สอดคล้องที่จะนำเศรษฐกิจเราฝ่าฟันไปข้างหน้าอย่างไร โดย ธปท.คำนึงถึงยุทธศาสตร์ของประเทศและอยากให้เรื่องการเติบโต การแข่งขัน และการกระจายอำนาจให้ทั่วถึง ซึ่ง ธปท.จะคำนึงถึงความเชื่อมโยงของเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้านและไทย"ผู้ว่า ธปท. กล่าว
ส่วนสถานการณ์เงินทุนไหลเข้าและไหลออกในขณะนี้ว่า ยังไม่ถือว่าน่าเป็นห่วง โดยยังคงสอดคล้องกับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ซึ่งพบว่า Sentiment ของภูมิภาคเอเชียปรับตัวดีขึ้น ภายหลังจากการรายงานตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลง ส่งผลให้นักลงทุนมีความคิดเห็นว่าเฟดอาจไม่สามารถชะลอ QE ได้ทันในเดือน ก.ย.นี้ ดังนั้นในระยะนี้อาจเห็นภาพเงินทุนไหลเข้าประเทศในภูมิภาคเอเชียรวมถึงประเทศไทย และทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ธปท.ยังคงมีเครื่องมือที่จะรับมือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ต่างๆ และจะพิจารณาให้เหมาะสมกับความสมดุลของเศรษฐกิจของประเทศ
"ยังไม่มีอะไรน่าห่วงจนเกินไป เราก็พยายามเตรียมเครื่องมือเอาไว้ให้มากที่สุด และเลือกใช้ส่วนผสมที่เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น ที่ผ่านมาเราใช้ระบบความยืดหยุ่นของอัตราแลกเปลี่ยนพอสมควร และต้องใช้การจัดการที่ไม่เอาสมบัติของชาติไปยันไว้ตลอด แต่ของพวกนี้ถ้าสุดเหวี่ยงมากเกินไปและแตกต่างจากพื้นฐานเศรษฐกิจเราก็มีเครื่องมือ ทั้งการแทรกแซงของ ธปท.และมีเครื่องมือเพิ่มเติมในการบริหารจัดการมากขึ้น ส่วนระยะการดำเนินนโยบาย เราพยายามหาความสมดุลไม่ให้สุดขั้ว หากวันใดข้างหน้าเกิดความพลิกผันเราจะได้ไม่เสี่ยงมาก"ผู้ว่า ธปท. กล่าว
ทั้งนี้ มองว่าในครึ่งปีหลังประเทศไทยยังต้องเผชิญกับความผันผวนของตลาดการเงินโลก ซึ่งประเทศที่มีวิกฤตเศรษฐกิจยังไม่เห็นภาพการฟื้นตัวที่เบ็ดเสร็จ และตลาดการเงินยังคงผันผวนต่อข่าวสารที่มากระทบต่อความรู้สึกของนักลงทุนได้ง่าย









