วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กบข.ปรับพอร์ตถือบอนด์สั้นลุยหุ้นสหรัฐรับศก.ฟื้น

กบข.ปรับแผนลงทุนครึ่งปีหลังเพิ่มน้ำหนักลงทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ลดผลกระทบบอนด์ผันผวน พร้อมกระจายเสี่ยงลงทุนนอก ลุยหุ้นสหรัฐรับเศรษฐกิจฟื้น

น.ส.โสภาวดี เลิศมนัสชัย เลขาธิการ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยถึงแผนการลงทุนช่วงครึ่งปีหลังของกบข. กับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า กบข.ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยจะขยายการลงทุนทางเลือก ที่ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ ไม่ผันผวนตามทิศทางตลาดหุ้นมากขึ้น เช่น การลงทุนในนิติบุคคลเอกชนโลก เป็นต้น

ขณะเดียวกัน จะกระจายการลงทุนไปยังตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะตลาดหุ้นของประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐ เนื่องจากแนวโน้มผลตอบแทนดีต่อเนื่อง โดยทีมวิเคราะห์ กบข.จะทำการประเมินมูลค่าบริษัทที่มีศักยภาพในการทำกำไร และธุรกิจที่มีโอกาสเติบโตดีในอนาคต และจะเลือกลงทุนในบริษัทที่มีมูลค่าในอนาคตสูงกว่าราคาตลาดปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม ยังรอจังหวะราคาหุ้นปรับตัวลดลงตามเป้าหมายที่วางไว้ก่อนจึงจะเข้าไปลงทุน

"เราให้ทีมวิเคราะห์ของเราประเมินมูลค่าของบริษัทที่มีศักยภาพ แล้วค่อยเลือกลงทุน ดูว่าบริษัทที่ผลตอบแทนในอนาคตจะดี และมีโอกาสทำกำไรได้สูง ก็เข้าลงทุน เพื่อให้ได้ของดีราคาถูก และมีโอกาสทำกำไรที่ดีในอนาคตให้กับสมาชิก" น.ส.โสภาวดี กล่าว

สำหรับสัดส่วนการลงทุนครึ่งปีหลัง กบข.ให้น้ำหนักกับการลงทุนในตราสารหนี้ 70% ตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ 20% การลงทุนทางเลือก 10% โดยการลงทุนทางเลือก จะเพิ่มสัดส่วนลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในตลาดโลก และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ส่วนการลงทุนในตลาดหุ้น แม้จะมีความผันผวนระยะสั้น แต่ระยะยาวมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังให้ผลตอบแทนสูง กบข.อยากให้สมาชิกพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนในช่วง 5 - 10 ปี โดยยึดสัดส่วนผลตอบแทนให้สูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ 2% เพื่อเป็นแรงจูงใจในการตัดสินใจเป็นสมาชิก กบข.ต่อไป

น.ส.โสภาวดี กล่าวว่า แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีแรกจะชะลอตัว ตามเศรษฐกิจโลกและจีน แต่มองว่าเศรษฐกิจจีนจะไม่หดตัวรุนแรงอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ เพราะเชื่อว่าเศรษฐกิจจีนจะขยายตัว 7% ขณะที่เศรษฐกิจไทยคาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะขยายตัว 4% เนื่องจากมีตัวขับเคลื่อนจากแผนการลงทุนป้องกันน้ำท่วม 350,000 ล้านบาท และโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ที่จะเริ่มออกสู่ระบบในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเมื่อมีข้อขัดแย้งทางกฎหมายต่อการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งสองโครงการย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน

"เราปรับพอร์ตตราสารหนี้ให้เป็นระยะสั้นมากขึ้น เนื่องจากเชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วเฟดจะชะลอการใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) และค่อยๆ ยกเลิกมาตรการแน่นอน ซึ่งจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดเงินและตลาดทุน และส่งผลให้ผลตอบแทนตราสารหนี้ปรับตัวเพิ่มขึ้น กระทบต่อราคาพันธบัตรที่ กบข.ถือสูงถึง 58% ของเงินลงทุนทั้งหมดที่มีอยู่ 4.8 แสนล้านบาท"

ทั้งนี้ การถือครองตราสารหนี้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการลงทุนมากขึ้น สามารถที่จะย้ายการลงทุนไปลงทุนทางเลือกทั้งลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เงินลงทุนมีความผันผวนน้อยลง

สำหรับการลงทุนในตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งแรกของปีนี้ กบข.ได้ผลตอบแทนที่ดีมาก และในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ทาง กบข.ได้ขายหุ้นไทยเพื่อรับรู้กำไรไปแล้ว 6,000-7,000 ล้านบาท และได้ทยอยกลับเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และพลังงาน อย่างไรก็ตาม ผลกำไรจากหุ้นยอมรับว่าไม่ครอบคลุมกับมูลค่าตราสารหนี้ในมือของ กบข.ที่ลดลง เมื่อมีการบันทึกตามราคาตลาด เพราะตราสารหนี้มีสัดส่วนการลงทุนที่สูง ขณะที่สัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพียง 10% เท่านั้น

"แม้กำไรหุ้นยังไม่ครอบคลุมการลดลงของราคาตราสารหนี้ แต่ขณะนี้ผลตอบแทนโดยรวมของ กบข.ก็ยังเป็นบวกอยู่" น.ส.โสภาวดี กล่าว

เลขาธิการ กบข. กล่าวอีกว่า ในช่วงครึ่งปีหลังกำไรจากตลาดหุ้นคงไม่สูงเท่าครึ่งปีแรก เนื่องจากครึ่งปีหลังตลาดหุ้นผันผวนอย่างมาก แต่มั่นใจว่าในท้ายที่สุดแล้ว ผลตอบแทนทุกอย่างของ กบข.ก็ยังมีกำไรและเป็นผลตอบแทนที่สูงอยู่ดี