วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อินบาวด์ญี่ปุ่น'ครึ่งปีแรก'ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน

ทัวร์อินบาวด์ญี่ปุ่น รับสภาพขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนครึ่งปีแรก เหตุเยนอ่อนค่า เชื่อพลิกทำไรช่วง 5 เดือนที่เหลือของปี จากนักท่องเที่ยวเติบโต

นายเอนก ศรีชีวะชาติ รองนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้นี้ ธุรกิจนำเที่ยวตลาดอินบาวด์จากญี่ปุ่น เผชิญปัญหาขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนไปแล้วราว 26% ต่อเดือน เนื่องจากเงินเยนที่อ่อนค่าลงเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลญี่ปุ่น ทำให้ในช่วงครึ่งปีหลังต้องเจรจากับคู่ค้าเอเยนต์ในญี่ปุ่นเพื่อปรับราคาโปรแกรมทัวร์เพิ่มขึ้น รองรับความเสี่ยงจากการผันผวนของค่าเงิน

อย่างไรก็ตาม ประเมินแนวโน้มตลาดอินบาวด์จากญี่ปุ่นในช่วง 5 เดือนที่เหลือของปีนี้ คาดว่ามีโอกาสจะพลิกกลับมาทำกำไรหากค่าเงินกลับมาแข็งค่าที่ราว 32-33 บาทต่อ 100 เยน ซึ่งปัจจุบันเริ่มเข้าสู่ระดับใกล้เคียงแล้วอัตราดังกล่าว ที่ 31 บาทต่อ 100 เยน อย่างไรก็ตามระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่พึงพอใจสำหรับธุรกิจนำเที่ยวควรจะอยู่ที่ระดับ 36-38 เยนต่อ 100 บาท

นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นราว 20% ในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมา จากการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินประจำ เช่น การบินไทย ที่แผนการตลาดให้ความสำคัญกับญี่ปุ่นมากขึ้น โดยเพิ่มความถี่เส้นทางเดิม อาทิ โตเกียว และ ซัปโปโร และเพิ่มจุดหมายใหม่ๆ อย่าง เซนได และ ฮิโรชิม่า ในเดือน ต.ค.นี้

สำหรับแนวโน้มตลาดญี่ปุ่นในปัจจุบัน มีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยราว 4 คืน โดยนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการผ่านทัวร์จะอยู่ระดับกลาง-สูง มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 5,000-6,000 บาทต่อวัน และนิยมเข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาว โดยกลุ่มที่มีศักยภาพในการส่งเสริมตลาด ได้แก่ กลุ่มนักเรียนทัศนศึกษา, กลุ่มผู้สูงอายุ และกลุ่มครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่นิยมเดินทางไปยังเชียงใหม่เพื่อพำนักระยะยาวในช่วงเกษียณอายุ

ทั้งนี้ จากการเปิดเผยของเว็บไซต์ InternationalLiving.com ซึ่งให้ข้อมูลด้านการพำนักระยะยาวในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำหรับกลุ่มเกษียณอายุโดยเฉพาะ ยกให้ กรุงเทพฯ และ เชียงใหม่ เป็นจุดหมายที่ดีในการพักผ่อนวัยเกษียณ ติด 3 อันดับแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานดังกล่าว ยังระบุด้วยว่า ภูมิภาคอาเซียนมีความน่าสนใจเนื่องจากค่าครองชีพเฉลี่ยที่ถูกกว่าสหรัฐ และ แคนาดา มากถึง 75% โดยอัตราค่าเช่าอพาร์ตเมนต์ขนาด 1 ห้องนอนในกัมพูชา ซึ่งเริ่มเป็นจุดหมายพำนักที่นิยมมากขึ้นของชาวสหรัฐ อยู่ที่ 150-500 ดอลลาร์สหรัฐ (4,600-15,500 บาท) ต่อเดือนขึ้นอยู่กับระดับความหรู ขณะที่ กรุงเทพฯ มีจุดเด่นเรื่องค่าครองชีพต่ำ อีกทั้งมีบริการการแพทย์ที่อยู่ในระดับยอดเยี่ยม และมีข้อได้เปรียบเรื่องสภาพอากาศ, ความพร้อมของอาหาร รวมถึงวัฒนธรรมและชีวิตกลางคืนที่มีชีวิตชีวา