"ยรรยง"เผย"ยิ่งลักษณ์"กำชับให้ผู้ผลิตข้าวถุงเน้นทำตามมาตรฐาน หวังดึงความเชื่อมั่นกลับมา
นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยบูรณาการกัน เพื่อที่จะฟื้นฟูความเชื่อมั่น และทำให้ข้าวไทยมีคุณภาพมาตรฐานดีขึ้น โดยให้ดูตั้งแต่กระบวนการผลิตขั้นตอนแรก ไปจนถึงกระบวนที่โรงสี
ส่วนที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้คือข้าวถุงเป็นหลัก ซึ่งนายกฯก็ได้บอกว่า ให้ผู้ผลิตข้าวถุงทำตามมาตรฐาน อาทิ เรื่องความชื้น เรื่องของสารเคมีต่าง ๆ ที่ตกค้าง ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดตั้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการค้าข้าวเสื่อมคุณภาพขึ้น โดยมีหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการผลิตรข้าวถุงเป็นกรรมการ อาทิ กระทรวงสาธารณสุข มี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงเกษตร มีกรมการค้าข้าว กระทวงพาณิชย์ อาทิ กรมการค้าภายใน กรมการค้าต่างประเทศ ทั้งนี้ยังมีสถาบันวิจัยต่างๆเข้ามาช่วยอีกด้วย อย่างไรก็ตามศูนย์ดังกล่าวจะทำทั้งในเชิงป้องกันและปราบปราม เพื่อยกระดับมาตราฐานคุณภาพข้าวไทย
นายยรรยง กล่าวอีกว่า ถึงแม้ว่าข้าวไทยจะได้ชื่อว่าดีที่สุดในโลกในขณะนี้ แต่ถ้ามีกระแสความวิตกกังวลของผู้บริโภค ที่ผู้บริโภคไม่มีความเชื่อถือ เราก็จะเดือดร้อน ทั้งนี้การส่งออกไม่ได้มีผลกระทบ เพียงแต่บางรายอาจให้เรามีเอกสารรับรองเพิ่มว่าปลอดสาร ซึ่งก็จะทำให้ขั้นตอนชะลอไปนิดหน่อย แต่ในเชิงปริมาณไม่ได้กระทบอะไรมาก ส่วนการส่งออกภายในประเทศที่มีการกระแสเยอะก็มีการชะลอ ๆ บ้าง แต่ถึงอย่างไรก็ตามในการค้าต่างประเทศยังไม่ปรากฎผลชัดเจน
ส่วนกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)เสนอมาตรการป้องกันให้รัฐบาลทบทวนการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรที่เน่าเสีย นายยรรยง กล่าวว่า ป.ป.ช.เสนอมานานแล้ว รัฐบาลพยายามกำจัดจุดอ่อนตลอด เพราะมีคณะทำงานตรวจสอบเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในขณะนี้ที่มีกระแสเพิ่มขึ้นก็เป็นโอกาสของฝ่ายปฎิบัติ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ไปมุ่งให้เกิดความรัดกุม ซึ่งกรณีที่มีปรับราคาขึ้นจาก 12,000 บาท เป็น 15,000 บาท ทางหน่วยกำกับก็ได้กำชับเรื่องของการตรวจรับข้าว และการดูแลเรื่องคุณภาพต่างๆแล้ว ทั้งนี้ตนยังไม่เห็นข้อเสนอเพิ่มเติมของป.ป.ช.
นายยรรยง กล่าวอีกว่า การทำนโยบายเรื่องข้าวต้องรับฟังทุกฝ่าย โดยเฉพาะชาวนา ซึ่งเขาก็มีข้อเสนอที่ดีขึ้น คือมีความยืดหยุ่นจากเดิมที่จะเอาแต่ 15,000 บาท ซึ่งขณะนี้เรากำลังทำการศึกษาอยู่ว่าราคาที่เหมาะสมอยู่ที่เท่าไหร่ แต่ถึงอย่างไรรัฐบาลก็ต้องหาวิธีช่วยลดต้นทุน ทั้งยังมีอีกหลายอย่างที่ชาวนามีความยืดหยุ่นมากขึ้น ทั้งนี้มาตรการช่วยลดต้นทุนของชาวนาจะออกได้เมื่อไหร่ ทุก ๆ ฝ่ายต้องช่วยกันดู เพราะมีปัจจัยเยอะ เช่นในแต่ละช่วงเวลา อาทิ ข้าวนาปีต่อไปเราก็ต้องทำให้เสร็จภายในเดือนสิงหาคม โดยเราจะต้องมีข้อเสนอให้รัฐบาลตัดสินใจได้ภายในเดือนสิงหาคมนี้









