คาร์ฟูร์ยอดขายลด ไตรมาสที่สอง สาเหตุหลักเกิดจากการตัดสินใจยุติการดำเนินงานในหลายประเทศ
คาร์ฟูร์ ซึ่งเป็นผู้ค้าปลีกรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก รายงานว่ายอดขายไตรมาส 2 มีจำนวน 20,460 ล้านยูโร ซึ่งลดลง 5.7% จากยอดขายเมื่อปีที่แล้ว
ตัวเลขยอดขายนับว่าลดลงค่อนข้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สืบเนื่องจากตัวเลขของปีที่แล้วนั้นนับรวมยอดขายจากประเทศอย่างอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และกรีซ เข้าไปด้วย โดยตลาดเหล่านี้เป็นตลาดที่คาร์ฟูร์ได้ถอนตัวออกมาหลังจากนั้น
นอกจากนั้น ตัวเลขดังกล่าวยังรวมถึงยอดขายในตุรกี ที่ปัจจุบันคาร์ฟูร์กำลังเจรจาเพื่อกลับมาเป็นพันธมิตรทางการค้ากันอีกครั้ง
ถ้าไม่รวมยอดขายจากประเทศเหล่านี้ ยอดขายในไตรมาสที่สองจะลดลงเพียง 0.6% ซึ่งผู้อำนวยการกลุ่มการเงินของคาร์ฟูร์ นายปิแอร์ ชอง ซิวินอง ให้ความเห็นว่า ผลประกอบการไตรมาสดังกล่าวค่อนข้างแข็งแกร่ง พิจารณาจากสภาวะการณ์ที่ยากลำบาก
เมื่อแยกย่อยลงรายภูมิภาคแล้ว จะพบว่ายอดขายของคาร์ฟูร์ในกลุ่มประเทศละตินอเมริกาพุ่งสูงขึ้น 11.7% และเอเชียเพิ่มขึ้น 4.2 ขณะที่ในยุโรปลดลง 4.2% สะท้อนว่าตลาดเกิดใหม่เป็นจุดที่สดใสสำหรับคาร์ฟูร์ โดยยอดขายในจีนเพิ่มขึ้น 0.4% หลังจากลดลง 2.3% เมื่อไตรมาสแรก
คาร์ฟูร์เคยกล่าวว่ามีแผนขยายตัวอย่างมั่นคงในจีน ซึ่งมีสัดส่วน 6% ในรายได้ของบริษัทเมื่อปีที่แล้ว โดยมีเป้าหมายที่การเปิดร้านปีละ 20 แห่ง และคาดว่าจะมีสาขาใน 100 เมืองของจีนภายใน 3 ปีจากปัจจุบันซึ่งมี 70 สาขา
ส่วนผลประกอบการในบราซิลยังเป็นแง่บวก แม้การขยายตัวของยอดขายลดเหลือ 7.1% จาก 10.6% เมื่อไตรมาสแรก
สำหรับยุโรปนั้น คาร์ฟูร์ต้องเผชิญอุปสรรคมาหลายปี ส่วนหนึ่งเพราะเน้นรูปแบบไฮเปอร์มาร์ท ขณะที่ลูกค้าซึ่งเวลาบีบรัด มักซื้อของตามร้านใกล้บ้านและทางออนไลน์ รวมถึงซื้อจากร้านเฉพาะทาง
ก่อนหน้านี้ นายจอร์จ ปลาสซาต ซึ่งเข้ารับตำแหน่งซีอีโอคาร์ฟูร์เมื่อกลางปีที่แล้ว รับปากจะลดต้นทุน ปรับปรุงขีดแข่งขันด้านราคา และนำเสนอหรือวางสินค้าให้เห็นง่าย โดยเฉพาะในภาคที่ไม่ใช่อาหาร และเพิ่มการใช้จ่ายด้านทุนในรูปของการปรับปรุงร้านด้วย









