วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คมนาคมสั่งตั้งบอร์ดพัฒนาท่าเรือปากบารา

คมนาคมขานรับข้อเสนอสภาที่ปรึกษา สั่งตั้งคณะกรรมการกำหนดทิศทางการพัฒนาท่าเรือปากบารา และศึกษาอีเอชไอเอเพิ่ม ลดขัดแย้งชุมชน คาดเริ่มสร้างปี"5

นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังหารือประเด็นความเห็นและข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเรื่องการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบารา ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอของสภาที่ปรึกษาฯ ให้ตั้งคณะกรรมการกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราให้มีความชัดเจน ทั้งด้านของการดำเนินการก่อสร้าง และการทำความเข้าใจจากภาคประชาชนที่มีส่วนได้เสีย โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง นักวิชาการ เข้ามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นจนแล้วเสร็จ เพื่อให้เกิดการยอมรับร่วมกัน

นอกจากนี้ ยังมีมติให้กรมเจ้าท่าจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม สำหรับโครงการหรือกิจการที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อมทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพ หรือ อีเอชไอเอ นอกเหนือจากที่ได้รับการพิจารณาด้านผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอไปก่อนหน้านี้แล้ว เบื้องต้นกรมเจ้าท่าได้ขอจัดสรรงบจำนวน 110 ล้านบาท จากพ.ร.บ.เงินกู้2 ล้านล้านบาท เพื่อทำการศึกษาอีเอชไอเอ และทบทวนอีไอเอ คาดว่าจะใช้ระยะเวลาศึกษาประมาณ 2 ปี ระหว่างปี 2557-2558 และจะเริ่มก่อสร้างได้ประมาณปี 2559 พร้อมเปิดให้บริการในปี 2563

อย่างไรก็ตาม สภาที่ปรึกษาฯ ยังเสนอให้จัดทำหลักประกันให้แก่ชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง หากจะต้องมีการย้ายถิ่นที่อยู่ เช่น การพัฒนาที่ดิน อาชีพ การศึกษาด้วย ซึ่งกรมเจ้าท่ารายงานว่าการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบาราระยะที่ 1 ไม่มีผลกระทบให้ประชาชนต้องย้ายถิ่นที่อยู่แต่อย่างใด ส่วนข้อเสนอเรื่องการบูรณาการระบบขนส่งเชื่อมโยงพื้นที่ของภาคต่างๆกับท่าเรือปากบารานั้น ขณะนี้สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างศึกษาแผนการเชื่อมโยงระบบขนส่งเข้าสู่ท่าเรือปากบาราทั้งทางถนนและทางรถไฟ โดยทางถนนไม่ว่าจะเป็นถนนในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ได้พัฒนาถนนเชื่อมโยงระหว่างท่าเรือปากบาราไปยังท่าเรือสงขลา 2 พร้อมเรียบร้อยแล้ว

"ที่ประชุมจะต้องนำผลการหารือเกี่ยวกับข้อเสนอแนะของสภาที่ปรึกษาฯ เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาภายในวันที่ 29ก.ค.นี้ ก่อนที่จะเสนอเรื่องต่อไปยังสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรีภายในวันที่30ก.ค.นี้ เพื่อเสนอให้ครม.รับทราบต่อไป"นายธีระพงษ์ กล่าว

สำหรับการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล ระยะที่ 1 สามารถรองรับสินค้าได้ 8.2 แสนทีอียู โดยจะถมทะเลขนาดพื้นที่ 292 ไร่ มีหน้าท่ายาว 750 เมตร ตลอดหน้าท่า และท่าเทียบเรือบริการ 220 เมตร รองรับเรือคอนเทนเนอร์ วัตถุประสงค์เป็นประตูการค้าทะเลฝั่งอันดามันเชื่อมโยงศูนย์กลางการขนส่ง ขนถ่ายสินค้าทางทะเลไปยังเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และทวีปยุโรป นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมไปยังฝั่งอันดามัน อ่าวไทย และชายฝั่งทะเลภาคตะวันออก