นายกสมาคมขายตรง รับปัจจัยเสี่ยงรุมเร้า กำลังซื้อหดตัวหนัก ผลพวงโครงการรถคันแรก ประเมินอุตฯขายตรงโตแค่ 5% ปีนี้ ต่ำสุดรอบกว่า 10 ปี
นายกิจธวัช ฤทธีราวี นายกสมาคมการขายตรงไทย และกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ ประเทศไทย (จำกัด) คาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมขายตรงปีนี้ว่า จะเติบโตเพียง 5% จากในช่วงต้นปีที่เคยประเมินว่าธุรกิจขายตรงปีนี้จะขยายตัวไม่น้อยกว่า 10% นับเป็นอัตราเติบโตต่ำที่สุดในรอบกว่า 10 ปี นับตั้งแต่วิกฤติเศรษฐกิจในปี 2540 ซึ่งตลาดมีอัตราเติบโตเฉลี่ย 7-10 % ต่อเนื่องทุกปี
เนื่องจากกำลังซื้อในภาพรวมชะลอตัวลงอย่างมาก ประเมินจากสินค้าของแอมเวย์ ที่ผ่านมาหากช่วงไหนที่มีการจัดโปรโมชั่นสินค้าจะขายดีมาก หรือขายหมดก่อนที่จะสิ้นสุดระยะเวลาจัดโปรโมชั่นเป็นแบบนี้มาตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมา แต่ในปีนี้กลับพบว่า แม้จะจัดโปรโมชั่นแรงๆ ก็ยังมีสินค้าที่ยังเหลือขายอยู่ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยลบในตลาดรอบด้าน ทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาค่าเงินบาทผันผวน กระทบตลาดส่งออก อีกทั้งปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ทั้งสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น เหล่านี้ล้วนผลต่อความเชื่อมั่น ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังในการใช้จ่ายเงินมากขึ้น
"กำลังซื้อเป็นตัวแปรกระทบหนักที่สุดต่อธุรกิจขายตรง เมื่อกำลังซื้อชะลอตัว การตัดสินใจซื้อของยากขึ้น แน่นอนทำให้ธุรกิจขายตรงได้รับผลกระทบ เราเชื่อว่า กำลังที่หายไปส่วนหนึ่งเกิดจากโครงการรถคันแรก ซึ่งทุกอุตสาหกรรมได้รับกระทบกันถ้วนหน้า" นายกิจธวัช กล่าว
นายกสมาคมการขายตรงไทย ยังเชื่อว่า ในครึ่งปีหลังทุกบริษัทในธุรกิจขายตรงจะต้องการปรับแผนการตลาดใหม่จากที่วางไว้ เพื่อดึงกำลังซื้อให้กลับมาให้ได้ ทำให้จะเกิดการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้จะเห็นการนำกลยุทธ์การลด แลก แลก แจก เข้ามาใช้ถี่ขึ้นและมากขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน ในส่วนของแอมเวย์เอง ได้ปรับแผนงานในช่วงครึ่งปีหลังเช่นเดียวกัน โดยจะทุ่มงบประมาณมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ในการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายทั้งในส่วนของการอัดฉีดนักธุรกิจแอมเวย์ให้เพิ่มการขาย รวมถึงงบที่ใช้ในการกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ
"คิดว่าปีนี้เป็นงานหนักของผู้ประกอบการในการทำยอดขายให้ได้ตามเป้าหมาย เพราะหลังจากเราเริ่มได้กลิ่นควันเป็นสัญญาณไม่ดี ทำให้เราต้องรีวิวแผนพร้อมตั้งรับสถานการณ์ในครึ่งปีหลังทันที แม้ว่ายอดขายในช่วงปีแรกจะเติบโตได้ตามเป้า 7% ก็ตาม"
ในส่วนของสมาคมขายตรงในปีนี้ ซึ่งจะครบรอบ 30 ปีในปีนี้ สมาคมฯจะจัดงานสัมมนาใหญ่ "ธุรกิจเครือข่าย อาชีพแห่งอนาคต" ในวันที่ 31 ส.ค.นี้ โดยจะมีนายกสมาคมธุรกิจขายตรงจากประเทศเวียดนาม และมาเลเซีย เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนโอกาสทางธุรกิจด้วย เพราะมองว่า หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปลายปี 2558 จะสร้างโอกาสในการขยายเครือข่ายให้กับธุรกิจขายตรงไทย ปัจจุบันตลาดขายตรงในอาเซียนมีอัตราการเติบโตที่สูง โดยเฉพาะขายตรงไทยมีอัตราการเติบโตถึง 10% (มีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 7 หมื่นล้านบาท) เมื่อเทียบกับขายตรงโลก ที่มีอัตราเติบโต 5% ส่วนความคืบหน้าการตั้งสมาพันธ์ขายตรงอาเซียนนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะจัดตั้งได้เสร็จก่อนเปิดเออีซี








