กระบวนการเปลี่ยนผ่านการส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ทีวีดิจิทัล) พร้อมการจัดสรรคลื่นความถี่ช่องรายการใหม่รวม 48 ช่อง
ประกอบด้วย 3 ประเภทบริการ อันประกอบด้วย ช่องสาธารณะ 12 ช่อง , ช่องธุรกิจ 24 ช่อง และช่องชุมชน 12 ช่อง
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จัดประชุมกลุ่มย่อยเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ (ร่าง)หนังสือเชิญชวน ขอรับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อให้บริการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล บริการสาธารณะ ประเภทที่สาม ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อการกระจายข้อมูลข่าวสาร เพื่อส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาลกับประชาชนและรัฐสภากับประชาชน ซึ่งกำหนดให้อยู่ในช่องรายการลำดับที่ 10 ของทีวีดิจิทัล สาธารณะ จำนวน 12 ช่อง ทั้งนี้ มีหน่วยงานภาครัฐ ทั้งตัวแทนจากรัฐสภา วุฒิสภา กระทรวงต่างๆ ที่มีคุณสมบัติ ตามที่ประกาศ กสทช. กำหนด เข้าร่วมเสนอความคิดเห็นจำนวนมาก
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่าการพิจารณาให้ใบอนุญาตทีวีดิจิทัล สาธารณะ 12 ช่อง พิจารณาตามประกาศ กสทช. 8 ฉบับที่มีผลบังคับใช้แล้ว พร้อมจัดทำหนังสือเชิญชวน เพื่อให้หน่วยงานที่มีคุณสมบัติและวัตถุประสงค์ในการจัดทีวีดิจิทัล สาธารณะ มายื่นขอใบอนุญาต โดยได้จัดประชุมกลุ่มย่อย (ร่าง)หนังสือเชิญชวนช่องแรก คือช่องสาธารณะ ประเภทที่3 หลังจากรับฟังความคิดเห็นแล้วจะนำข้อมูลไปปรับปรุงร่าง คาดว่าในเดือนส.ค.นี้ จะออกหนังสือเชิญชวน เพื่อให้ผู้สนใจมายื่นขอใบอนุญาต คาดว่าภายในเดือน ต.ค.นี้ จะพิจารณาออกใบอนุญาตช่องสาธารณะดังกล่าว
สำหรับทีวีดิจิทัล สาธารณะ ทั้ง 12 ช่อง กำหนดระยะเวลาใบอนุญาต 4 ปี ผังรายการต้องนำเสนอเนื้อหาสาระ 75% ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ในประกาศ กสทช. ในแต่ละประเภทช่อง และอีก 25% เสนอรายการทั่วไป โดยช่องสาธารณะประเภทที่ 1 และ 3 กำหนดให้การโฆษณาเชิงภาพลักษณ์และเพื่อสังคมเท่านั้น โดยหน่วยงานที่ยื่นขอใบอนุญาตจะต้องระบุโครงข่าย (Mux) ที่จะเช่าใช้บริการ และผังรายการที่จะนำเสนอ ให้ กสทช.พิจารณา และหากได้รับใบอนุญาตแล้วจะต้องออกอากาศภายใน 60 วัน
ทางด้าน น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และกรรมการ กสท. ให้ความเห็นหลังการจัดประชุมกลุ่มย่อยว่า การพิจารณาให้ใบอนุญาตทีวีสาธารณะ"ไม่มี" การออกประกาศหลักเกณฑ์คัดเลือก หรือ เกณฑ์บิวตี้คอนเทสต์ ดังนั้นต้องการให้สังคมจับตาเงื่อนไขการออกใบอนุญาต ทั้งในเรื่องการพิจารณาออกใบอนุญาตรายช่อง กรณีใบอนุญาตประเภทที่ 3 คาดว่ามีแนวโน้มในการจัดสรรช่องนี้ให้กับ "รัฐสภา" และถือเป็นโมเดลทีวีสาธารณะช่องแรก ของการออกอากาศในระบบดิจิทัล
อย่างไรก็ตามเห็นว่าควรเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง รวมถึงวุฒิสภาและกลุ่มอื่นๆในสังคมที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสเข้าไปใช้เวลาของสถานีนี้ด้วย เพราะเชื่อว่าช่องรัฐสภา จะส่งผลต่อการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนที่สามารถรับข้อมูลข่าวสารทุกฝ่ายรอบด้านอย่างเป็นกลางและตอบสนองผลประโยชน์สาธารณะ
ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับการทำหน้าที่ของ กสทช.ที่จะต้องสร้างเงื่อนไขการพิจารณารายละเอียดของแต่ละช่อง ทั้งด้านการบริหารจัดการ ผังรายการ และการหารายได้ หลังเริ่มกระบวนการยื่นคำขอรับใบอนุญาตและการพิจารณาออกใบอนุญาต
การรับฟังความคิดเห็นกลุ่มย่อย(ร่าง)หนังสือเชิญชวน ทีวีสาธารณะ ประเภทที่3 มีหน่วยงานราชการ และภาครัฐ เข้ารับฟังหลักเกณฑ์หลากหลาย ไม่เพียงเฉพาะหน่วยงานที่มีคุณสมบัติที่ต้องการยื่นขอใบอนุญาต ช่องสาธารณะประเภทที่ 3 เท่านั้น อาทิ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี , กระทรวงศึกษาธิการ ,กระทรวงไอซีที ,กรุงเทพมหานคร เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานที่ดำเนินช่องรายการ "ทีวีดาวเทียม" อยู่แล้ว
นายภัทรพล คำสุวรรณ์ วิศวกรไฟฟ้าสื่อสารชำนาญการพิเศษ ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่ากระทรวงฯ ดำเนินการช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ETV มาตั้งแต่ปี 2537 ล่าสุดได้ลงทุนเปลี่ยนอุปกรณ์การผลิตรายการเป็นระบบ HD ประมาณ 460 ล้านบาท เพื่อผลิตคอนเทนท์ด้วยคุณภาพเอชดี และเตรียมความพร้อมเพื่อยื่นใบอนุญาต "ทีวีดิจิทัล" สาธารณะ ประเภทส่งเสริมความรู้ จาก กสทช. โดยเป็นความร่วมมือของ 5 หน่วยงานสังกัดกระทรวงฯ ที่จะดำเนินการช่องทีวีดิจิทัลร่วมกัน เฉลี่ยหน่วยงานละ 3 ชั่งโมงต่อวัน พร้อมทั้งพิจารณาร่วมผลิตรายการกับหน่วยงานอื่นๆ
การดำเนินงานช่อง ETV ใช้งบประมาณราว 80 ล้านบาทต่อปี แต่การบริหารทีวีดิจิทัล สาธารณะคาดใช้งบประมาณปีละ 300 ล้านบาท โดยทั้ง 5 หน่วยงานจะจัดสรรงบประมาณมาดำเนินการร่วมกัน









