ไออาร์ซีพี รุกตลาด ทีวีดิจิทัล เล็งชิงเม็ดเงินวางโครงข่ายระบบส่งสัญญาณ พร้อมเปิดตัว เซ็ต ท็อป บ็อกซ์ ทีวีดิจิทัล แบรนด์ ชัดดี
นายกังวาล กุศลธรรมรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล รีเสริช คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ไออาร์ซีพี(IRCP) เปิดเผยว่าบริษัทดำเนินธุรกิจด้านการให้บริการและวางแผนออกแบบระบบไอที ให้กับโครงการภาครัฐและเอกชน โดยเห็นโอกาสจากการเปลี่ยนระบบส่งสัญญาณโทรทัศน์ระบบดิจิทัล(ทีวีดิจิทัล) ในประเทศไทย ที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้
ทั้งนี้ บริษัทได้ขยายการให้บริการในกิจการบรอดแคสติ้งเพิ่มเติม ด้วยการให้บริการและออกแบบระบบส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล รวมทั้งการจำหน่ายอุปกรณ์ส่งสัญญาณ (transmitter) ให้กับผู้ได้รับใบอนุญาตโครงข่ายส่งสัญญาณ (Mutiplex :Mux) ทั้ง 4 ราย คือ บมจ.อสมท, กองทัพบก , กรมประชาสัมพันธ์ และไทยพีบีเอส
โดยเสนอบริการการออกแบบและวางระบบไอทีสำหรับโครงข่ายทีวีดิจิทัลครบวงจร รวมทั้งพร้อมให้บริการต่อจากผู้ที่ได้รับงานวางระบบโครงข่าย คาดว่าผู้ประกอบการโครงข่าย(Mux) 1 รายจะต้องลงทุน ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากการวางระบบส่งสัญญาณ และติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณในสถานีหลัก 39 แห่งทั่วประเทศ และ 116 สถานีเสริมทั่วประเทศ ในช่วงแรกที่มีผู้ได้รับใบอนุญาต 4 ราย คาดว่ามูลค่ารวมจากการวางระบบโครงข่ายทีวีดิจิทัล จะอยู่ที่ 12,000 ล้านบาท
นายกังวาล กล่าวอีกว่าการเข้ามารุกธุรกิจวางโครงข่ายทีวีดิจิทัลดังกล่าว วางเป้าหมายมีส่วนแบ่งจากเม็ดเงินลงทุนรวมที่ 25% หรือมีมูลค่าราว 3,000 ล้านบาท ในช่วง 2ปีจากนี้ นอกจากนี้ได้ยังได้เข้ามาทำตลาดกล่องรับสัญญาณ (Set top box) ทีวีดิจิทัล ระบบ DVB-T2 ด้วยการสร้างแบรนด์เองในชื่อ “ชัดดี” (ChudD by IRCP) โดยเป็นการจ้างผลิตจากโรงงานในประเทศจีน และนำมาประกอบในประเทศไทย กำลังอยู่ระหว่างการจัดตั้งตัวแทนจำหน่ายในร้ายขายอุปกรณ์ไอที และดิลเลอร์ทั่วไป วางเป้าหมายยอดขายปีแรก 1 ล้านกล่อง ราคาขายปลีก 1,500 บาทต่อกล่อง รับชมช่องทีวีดิจิทัล 48 ช่อง รวมทั้งระบบเอชดี
จากการรุกเข้าสู่ธุรกิจการวางระบบให้กับโครงข่ายทีวีดิจิทัล รวมทั้งการขยายงานการวางระบบไอที ซึ่งเป็นธุรกิจเดิมให้กับทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในปีนี้ คาดผลักดันรายได้ปีนี้เติบโต 50% หรือมีมูลค่า 1,300 ล้านบาท จากปีก่อนมีรายได้ 900 ล้านบาท โดยในปี 2557 ซึ่งเป็นปีที่1 ของการขยายโครงข่าย ที่ กสทช.กำหนดให้ผู้วางโครงข่ายต้องส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล ให้ครอบคลุมพื้นที่ 50% ของครัวเรือนไทย คาดว่าบริษัทจะได้รับงานวางระบบและจำหน่ายอุปกรณ์ส่งสัญญาณทีวีดิจิทัล จากผู้ประกอบการโครงข่ายมากขึ้น ส่งผลให้รายได้ของบริษัทจะเติบโตสูง หรือมีรายได้ราว 3,000 ล้านบาท









