วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอนเนอร์จีรีฟอร์ม"คู่แฝดความฝันแรงผลักสู่เส้นชัย"

คู่แฝดนักบริหารที่ฝันเป็นเจ้าของกิจการตั้งแต่ตามพ่อไปติดแอร์ให้กับลูกค้าผ่านไปกว่า30ปี ทั้งคู่ได้เป็นเถ้าแก่สมใจ ด้วยความฝันและความมุ่งมั่น

สมัยเป็นเด็กตามพ่อไปติดตั้งแอร์ให้กับบ้านลูกค้า เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ 2 หนุ่มนักบริหารฝาแฝดฝันจะเป็นนักธุรกิจ และเจ้าของกิจการ แฝดผู้พี่ "หนึ่ง สุรศักดิ์ นิตติวัฒน์" ตัดสินใจสลัดคราบเซลล์แมน ผันชีวิตลูกจ้างบริษัทรถหรู สู่การเป็นนักธุรกิจเต็มตัวจนในฐานะประธานกรรมการ "บริษัท เอนเนอร์จี รีฟอร์ม จำกัด" ธุรกิจติดตั้งแก๊สรถยนต์ร่วมกับแฝดน้อง "หนุ่ม สุรชัย นิตติวัฒน์" ที่ยอมอำลาอาชีพนักกฎหมาย มาเผชิญความท้าทายใหม่

ก้าวย่างปีที่ 7 ของการสานฝันปั้นธุรกิจ โกยยอดขายที่คาดว่าจะแตะ 1,200 ล้านบาท(เป้าหมายปี 2556) ทว่าก่อนหน้านั้นพี่น้องฝาแฝดต้องเผชิญโจทย์หินมากมาย กว่าจะขับเคลื่อนธุรกิจมาถึงวันนี้ วันที่ตั้งเป้าจะพุ่งชนเป้าหมายใหม่ ด้วยการจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ในอีก 3 ปีจากนี้


จุดสตาร์ทของเอนเนอร์ยี รีฟอร์มในธุรกิจติดแก๊สรถยนต์ "หนึ่ง สุรศักดิ์" เล่าว่า เขาเห็น "ช่องว่างเล็กๆ" ในตลาด พลิกมุมคิดไม่ขอต่อแถว ไม่นับตามหลังใคร เพราะหากเจอผู้เล่นรายใหญ่ ในภาวะเช่นนี้รายเล็กอย่างเขาก็ยากจะตามทัน และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้บริษัทเล็กๆอย่างเอนเนอร์ยี่ รีฟอร์ม ขอ"แจ้งเกิด"


แม้จะเป็นธุรกิจดาวเด่น...ทว่า ปัจจัยเสี่ยงคือราคาพลังงานที่ผันผวน แถมเป็นสินค้าการเมือง ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยจะหมดไปอีกไม่ถึง 15 ปีจากนี้ เหล่านี้เป็นแรงผลักให้เขาทำธุรกิจอย่าง "รอบคอบที่สุด"

ฟากแฝดน้อง "หนุ่ม สุรชัย" จากที่เคยดิวกับลูกความ ครั้นต้องมาเป็นนักธุรกิจป้ายแดง ซึ่งต้องทำตลาด Mass มากขึ้น ปะทะความเสี่ยงไม่เว้นแต่ละวัน เจ้าตัวบอกว่า จนผมขาวเร็วมาก (หัวเราะ) แต่ผลของการปลุกปล้ำกับงานมา 3-4 ปี ทำให้เขาภูมิใจในวันนี้ ที่อยากทำให้ธุรกิจดีขึ้นเรื่อยๆ


"จากนักกฎหมายมาเป็นนักธุรกิจไม่ได้ปรับตัวเยอะ เพราะใจมันมาแล้ว ไม่ต้องปรับอะไรมากมาย ใจอยากเป็นเถ้าแก่ เจ้าของกิจการ มีฝันตั้งแต่เรียนสมัยหนุ่มๆ และเป็นพนักงาน ก็อยากเป็นเจ้าของกิจการ พอเรามีโอกาสเข้ามาได้ลองพิสูจน์ก็ทำเต็มกำลังความสามารถ" เขาเล่าออกรส


ภูมิใจกับธุรกิจพักใหญ่วันที่เจอวิกฤติ เขาก็ไม่เคยยอมแพ้ท้อแท้กับออเดอร์ที่ลูกค้ายกเลิก โดยยังคิดเหมือนพี่ชาย คือต้องมี "ศรัทธา" และมองว่าธุรกิจจะพลิกฟื้นกลับมา เพราะราคาน้ำมันที่ลดลงเป็นปัญหาทางการเงินของโลก สหรัฐฯเกิดปัญหาซับไพร์ม ภาวะกดดันนั้นยังทำให้เขา "คิดเกมกลยุทธ์" ปลุกธุรกิจอีกครั้ง


"ตอนนั้นศรัทธามากที่สุดคือสิ่งที่ทำในอดีต ปีที่ 1-3 ธุรกิจไปได้สวยหรู ยอดขายโต 3 หลักตลอด จาก 80 ล้านบาท เพิ่มเป็น 200 ล้านบาท และขยับเป็น 300 ล้านบาท เรามองว่าไม่มีทางลง ซึ่งปีที่ 3 เจออุปสรรคอย่างแรง พอมันลงจริง ตกใจ แต่สิ่งที่ทำมาชื่อเสียงความน่าเชื่อถือเอนเนอร์จี รีฟอร์มติดตลาดไปแล้ว ทำให้เชื่อว่าถ้าธุรกิจ Rebound เราจะไปเร็วกว่าคนอื่น"


แฝดมักคิดเหมือนกัน แต่พี่น้องประสานเสียงกันแย้งทันทีว่า "คิดต่างกันบ่อยๆแม้จะเป็นฝาแฝด" เวลาเห็นต่างก็หยิบยกเหตุผลมาหักล้างกัน ว่ามันควรจะเป็นแบบนี้เพราะอะไรเรียงลำดับเหตุผล ถ้าไม่ใช่ต้องเป็นอย่างนี้ไล่เรียงข้อโต้แย้ง หากไร้ข้อสรุปพนักงานก็เป็นตัวช่วยตัดสินว่าจะเลือกโหวตความเห็นของฝ่ายไหน


แต่สำหรับกระบวนการบริหารงาน ทั้งคู่กลับไม่แบ่งกันเด็ดขาด แยกแต่เพียงความถนัดโดยระยะเริ่มธุรกิจ "สุรชัย" ทำหน้าที่ติดต่อกับคู่ค้าต่างประเทศ ขณะที่แฝดพี่ "สุรศักดิ์" บริหารงานขาย ดูแลภายในองค์กร โดยทุกเรื่องต้องกลับมาปรึกษากัน
วันนี้ราคาพลัง

งานยังเป็นความ "เสี่ยง" ต่อธุรกิจ ยิ่งรัฐบาลมีนโยบายลอยตัวราคาก๊าซธรรมชาติให้เท่ากับตลาดโลก ปัญหารถหรูติดแก๊สไฟไหม้ ยังสุมธุรกิจ นั่นทำให้ 2 หนุ่มต้องออกมาการันตีคุณภาพของอุปกรณ์และมาตรฐานการติดตั้งแก๊สรถยนต์ด้วยตัวเอง การเข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ จึงไม่เพียงมุ่งระดมทุน แต่เพื่อต้องการปลุก "ความเชื่อมั่น" ให้กับผู้บริโภคในระยะยาว


พวกเขายังปฏิวัติธุรกิจติดแก๊สรถยนต์เป็นรายแรกของโลก ด้วยการจัดตั้งศูนย์บริการติดตั้งแก๊สรถยนต์ "เอนเนอร์จี รีฟอร์ม" แบบครบวงจร และเป็นโมเดลสะอาด สวยสะดุดตา ล้างภาพอู่ติดตั้งแก๊สรถยนต์เกรอะกรังไปด้วยคราบน้ำมัน ช่างยนต์มุดอยู่ใต้ท้องรถ นี่เป็นสิ่งที่ทั้งคู่ทำให้คู่ค้าระดับโลกอย่างอิตาลี "เซอร์ไพรส์" และเอ่ยปากชมถึงการฉีกกรอบการทำธุรกิจแบบเดิมๆด้วย

"ไอเดียนี้เกิดจากประสบการณ์จริงที่สอนเรา การมีศูนย์บริการติดตั้งแก๊ส มีเคาน์เตอร์เซอร์วิส รับลูกค้า ต่างจากอู่ มีน้ำมันเขรอะ ช่างเปิดประตูแรงก็กลัวจะกระแทกรถเราจนบุบ หรือรถชนแล้วแก๊สจะตัดไหม การติดตั้งไประยะหนึ่งแล้วกลับมาเฮียจะพูดดีเหมือนวันแรกที่ขายไหม" สุรชัยให้เหตุผล


ทั้งคู่ยังเดินหน้าขยายอาณาจักร "เอนเนอร์จี รีฟอร์ม" เปิดศูนย์ฯปูพรมทั่วประเทศ และมองข้ามช็อตเจาะตลาดประเทศเพื่อนบ้านรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ซึ่ง "สุรศักดิ์" ต้องการ "ดักโอกาส" ธุรกิจพลังงานนอกบ้าน จากราคาก๊าซฯที่ต่ำกว่าน้ำมัน 50% การไปโตในประเทศพม่า ลาว เวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ โดยอาศัยความได้เปรียบเพราะเป็นเจ้าของแบรนด์(Own Brand) โดยเริ่มมีออเดอร์เข้ามาแล้ว โดยเขาย้ำว่าหากจะสยายปีกสู่ภูมิภาค จะยึด "โมเดล"ธุรกิจเช่นเดียวกับในไทย


"ประเทศไทยเป็นโมเดล และแม่แบบสำหรับประเทศเพื่อนบ้านในการติดแก๊สรถยนต์ เขามาดูผลิตภัณฑ์ มาตรฐานติดตั้งของเราเป็นอย่างไรเพื่อเอาไปใช้ในประเทศเขา เราจึงอยากทำตลาดด้วยบิสิเนสโมเดลแบบไทย แทนการส่งสินค้าไปให้อู่ติดตั้ง เพราะอาจเจออู่ไม่ดี ทำให้เสียชื่อเสียงแบรนด์ได้ และเราอยากตอบโจทย์ให้ตรงจุดนั่นคือผู้บริโภคอยากได้มาตรฐาน เป็นสิ่งสำคัญที่สุด"


เป้าหมายใหญ่ของ 2 หนุ่มนักธุรกิจคือ "ต้องการให้ผู้บริโภคนึกถึงเอ็นเนอร์จี รีฟอร์มว่าเป็นที่หนึ่ง เชื่อ(Trust)มั่นในแบรนด์ มีความไว้วางใจที่จะฝากชีวิตและทรัพย์สิน เป็นสิ่งที่อยากเห็น" สุรศักดิ์บอก ขณะที่ "สุรชัย" ขอขยายความต่อพี่ชายว่า "ยอดขายไม่เน้น คิดเหมือนคุณหนึ่ง แต่ขอ on top คืออยากเห็นบริษัทแข็งแกร่ง มั่นคง มียอดขายเติบโตตามธรรมชาติ ไม่อยากผิดธรรมชาติขายดีจนประมูลถังแก๊สไม่เอา"


การเป็นเจ้าของกิจการ อีกสิ่งหนึ่งที่สุรศักดิ์" ยึดมั่นตลอดการทำงานคือ "บุญคุณ" ของลูกค้า เป็นหัวใจสำคัญ เพราะเขามองว่าทุกอย่างบนโลกนี้ตามทันกันหมด อาจเหลื่อมกัน 49 ต่อ 51ในเรื่องของเทคโนโลยี ดีไซน์ ที่เหลือขึ้นอยู่กับการวางหมากทางธุรกิจใครจะอ่านเกมได้เหนือชั้นกว่า และยึดใจลูกค้าไว้ได้มากกว่ากัน