วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์เอชเอสบีซีลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทย

แบงก์เอชเอสบีซีลดน้ำหนักตลาดหุ้นไทยเหลือปานกลางจากเดิมให้เหนือเกณฑ์เฉลี่ย หลังจีดีพีโตลดลงมาก พร้อมลดคาดการณ์จีดีพีไทยเหลือ 5% จาก 6.8%

ธนาคารเอชเอสบีซี สถาบันการเงินชั้นนำของโลกจากอังกฤษ เผยแพร่บทวิเคราะห์เศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทยฉบับล่าสุดวานนี้ (11ก.ค.) ระบุว่า ทีมวิเคราะห์ของธนาคารได้ปรับลดน้ำหนักลงทุนตลาดหุ้นไทยเหลือปานกลาง จากเดิมให้เหนือเกณฑ์เฉลี่ย เพราะหลังจากไทยเติบโตแข็งแกร่งในปีที่ผ่านมา แต่การเติบโตชะลอตัวในทันทีจาก 19.1% ในไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้ว เหลือเพียง 5.3%ในไตรมาสแรกปีนี้

นอกจากนี้ความต้องการภายในประเทศของไทยก็หดตัว ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก มาตรการฟื้นฟูของรัฐภายหลังเกิดน้ำท่วมใหญ่สรุปผลไปแล้วตั้งแต่เดือนธ.ค. ปี2555 และผลที่ตามมาจากการวิเคราะห์ทั้งหมด ทำให้นักเศรษฐศาสตร์ของเอชเอสบีซี ทบทวนการเติบโตของจีดีพีไทยปีนี้เหลือ 5% จากเดิมให้ไว้ 6.8% แต่ปรับเพิ่มจีดีพีปีหน้าเป็น 6.2% จากเดิม 5.2%

แม้ไทยเกิดการชะลอตัวอย่างไม่คาดคิด แต่ทีมวิเคราะห์ของเอชเอสบีซีคิดว่า ความต้องการบริโภคเป็นตัวนำขับเคลื่อนการเติบโตยังคงอยู่ การเติบโตช้าลงส่วนหนึ่งสามารถอธิบายได้จากพื้นฐานส่งผลกระทบมาจากตัวเลขเศรษฐกิจอยู่ระดับสูงในไตรมาสสุดท้ายปีก่อน นอกจากนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคยังคงแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงค่าจ้างขั้นต่ำและสิทธิประโยชน์ทางภาษี การว่างงานทรงตัวและเงินเฟ้อไม่มีปัญหา ทั้งหมดนี้ควรช่วยสนับสนุนการบริโภคและการลงทุนไปได้ดีในช่วงไม่กี่ไตรมาสข้างหน้านี้

ในแง่ของกลุ่มหุ้นหรือภาคธุรกิจ ทีมวิเคราะห์ของเอชเอสบีซีชื่นชอบแนวโน้มการเติบโตของกลุ่มธนาคาร กลุ่มเพื่อผู้บริโภคและกลุ่มบริษัทสื่อสาร เนื่องจากกลุ่มธนาคารควรได้ประโยชน์จากสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดกลางถึงย่อม หรือ เอสเอ็มอี และสินเชื่อเพื่อผู้บริโภค ซึ่งคิดว่ายังเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของสินเชื่อที่สำคัญ ส่วนโครงการรับจำนำข้าวน่าจะช่วยเพิ่มรายได้ให้ประชาชนไปจนถึงสิ้นปีนี้ และสนับสนุนความต้องการของผู้บริโภคได้

สำหรับการประเมินมูลค่าหุ้น งานวิเคราะห์ชี้ว่าค่อนข้างแพงหากเทียบตลาดอื่นในภูมิภาค เมื่อพิจารณาสัดส่วนราคาเทียบกำไรช่วง 12 เดือนข้างหน้าที่ระดับ 11.4 เท่า คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ส่วนต่าง (premium) เทียบอัตราเฉลี่ยทั้งภูมิภาคอยู่ที่ 14% นอกจากนี้คาดการณ์อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลก็น่าประทับใจที่ระดับ 3.7% ถือว่าอยู่ระดับต้นๆ ของค่าเฉลี่ยตลาดในภูมิภาค ซึ่งทำให้ตลาดไทยยังดึงดูดใจ

ขณะเดียวกันคาดการณฺ์การเติบโตของกำไรบริษัทอยู่ที่ 18.9% ด้วยแรงหนุนจากยอดขายที่ทำได้ 5%และการเติบโตของกำไรก่อนหักภาษีค่าเสื่อมที่ 10.5% โดยทีมงานเอชเอสบีซีย้ำว่ายังคงเชื่อมั่นในแนวโน้มเศรษฐกิจไทยว่ายังสดใส และตัวเลขเศรษฐกิจยังอยู่ช่วงขาขึ้น และจากตัวเลขการถือครองของกองทุน แสดงให้เห็นว่านักลงทุนในกองทุนรวมยังคงคึกคักกับตลาดไทย ด้วยการเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นไทยเหนือเกณฑ์เฉลี่ยอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลเงินทุนที่ไหลออกจากตลาดไทยมีมากขึ้น และจนถึงขณะนี้ไหลออกไปแล้ว 2.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจสะท้อนได้มากขึ้นว่าภายนอกประเทศไทยยังมีความอ่อนแออยู่ แต่จากภาพรวมของตลาดพบว่านักลงทุนยังชื่นชอบตลาดไทยอย่างมาก ขณะที่นักวิเคราะห์หลายรายแนะนำให้ขาย ซึ่งทำให้ทีมงานเอชเอสบีซีเชื่อว่าความเสี่ยงขาลงสำหรับตลาดไทยยังคงมีอยู่ในอนาคต