ดีดขึ้นบนความเสี่ยงสูง เศรษฐกิจเอเชียเป็นปัจจัยลบแท้จริง เน้น ดีดขึ้นขาย ถือเงินสด
SET View
ประเด็นหลักวันนี้ เรายังคงมองตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นเป็นขาลง และการดีดตัวขึ้นจะเป็นเพียงการขึ้นเพื่อลงต่อเท่านั้น โดยที่ภาพสะท้อนความอ่อนแอของแนวโน้มได้ชัดเจนคือการที่ SET เปิดสูงปิดต่ำมาอย่างต่อเนื่อง 9 วันติดต่อกัน ซึ่งในสถานการณ์ดังกล่าวอันตรายอย่างมากสำหรับการเก็งกำไรแบบวันต่อวัน (Day Trading) ขณะที่ปัจจัยกดดันหลักนอกจากประเด็นการเมืองในประเทศแล้ว ยังคงเป็นทิศทางเศรษฐกิจของยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคอย่างจีน และญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยที่ล่าสุดจีนรายงายตัวเลขการส่งออกเดือน มิ.ย. ออกมาติดลบ 3.1% แย่กว่าที่ Consensus คาดไว้ว่าจะบวก 4% ค่อนข้างมาก ขณะที่ญี่ปุ่นล่าสุดรายงายตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย.2556 ออกมาลดลงครั้งแรกในรอบ 6 เดือนมาอยู่ที่ 44.3
แม้ว่าผลการประชุม กนง. วานนี้ในส่วนของดอกเบี้ยนโยบายจะไม่ได้สร้างความแปลกใจให้กับตลาด โดยการมีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.50% ตามคาด แต่ในส่วนของแนวโน้มเศรษฐกิจที่แบงก์ชาติออกมาระบุว่าอาจมีการปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ลงต่ำกว่า 5% สะท้อนให้เห็นมุมมองที่แย่ลงต่อเศรษฐกิจไทยของแบงก์ชาติ ขณะที่ตัวช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายการเงินเริ่มจำกัดลงเรื่อยๆ เนื่องจากเราประเมินว่าแรงกดดันทางเศรษฐกิจที่มีอยู่จะส่งผลให้แบงก์ชาติคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับดังกล่าวต่อไปจนถึงสิ้นปี 2556 ทำให้การดีดตัวขึ้นของ SET ในวันนี้ยังเปราะบาง และตราบใดที่ยังไม่สามารถกลับไปปิดเหนือ 1,440 จุดได้ เรามองว่ายังมีโอกาสลงมาไปที่ 1,350 จุดอีกครั้ง
กลยุทธ์การลงทุน : การลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 สัปดาห์) แนะนำ “ดีดขึ้นทยอยขาย” กรณี SET ยังปิดเหนือ 1,440 จุดไม่ได้ ขณะที่การลงทุนระยะกลาง (มากกว่า 1 เดือน) แนะนำไปรอ “ทยอยสะสมหุ้น” เพิ่มเป็น 50% จาก 25% ของพอร์ตบริเวณ 1,380-1,350 จุดในหุ้นกลุ่ม Net Cash (เงินสด>หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย) ได้แก่ INTUCH, INET, MODERN, KAMART, STEC, SRICHA, BEC, STANLY, PTTEP และ NOK









