วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอเซียพลัสเชียร์ตลาดหุ้นจีน-ญี่ปุ่นน่าลงทุน

บล.เอเซียพลัสเล็งตลาดหุ้นเอเชียเหนืออย่างญี่ปุ่นกับจีน น่าลงทุนหลังเศรษฐกิจใกล้ผ่านจุดต่ำส่งสัญญาณฟื้น บวกราคาหุ้นกับค่าพีอีถูก

นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเซียพลัส จำกัด(มหาชน) หรือ ASP เปิดเผยว่า บริษัทมีมุมมองเป็นบวกต่อตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชียเหนือ เช่นญี่ปุ่นและจีน เนื่องจากมองว่าสภาพทางเศรษฐกิจใกล้จะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว ราคาหุ้นและพีอีอยู่ในระดับที่ถูก เมื่อเทียบกับบริษัทในอุตสาหกรรมเดียวกันที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย โดยล่าสุด ได้เชิญผู้จัดการกองทุนของกองทุนญี่ปุ่นแห่งหนึ่งมาแลกเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งเป็นกองทุนที่มีผลประกอบการดีติด 1 ใน 10 อันดับกองทุนโลกที่มีผลประกอบการดีที่สุด ประมาณ 10 ปีติดต่อกัน แม้ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจประเทศญี่ปุ่นผันผวน ก็สามารถเอาชนะตลาดได้ และล่าสุดได้เริ่มเข้าลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่นแล้ว ในกลุ่มยานยนต์

ขณะเดียวกันเขากล่าวว่าการลงทุนในตลาดหุ้นจีนน่าสนใจ แต่ตอนนี้ตลาดหุ้นจีนยังไม่ปรับลงถึงจุดต่ำสุด ต้องรอให้ตลาดปรับตัวลงต่ำสุดก่อน ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่รัฐบาลออกมาตรขจัดปัญหาฟองสบู่จากภาคอสังหาริมทรัพย์ เขาประเมินด้วยว่าหุ้นธนาคารขนาดใหญ่คือ ไอซีบีซี (ICBC) เป็นหุ้นที่น่าสนใจ ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผล 6% พีอี 9 เท่า

นายก้องเกียรติกล่าวว่า บริษัทได้เข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ มาเป็นระยะเวลา 2 ปีครึ่ง ซึ่งได้ผลตอบแทนมาแล้วกว่า 100% โดยช่วงเวลาเริ่มต้นลงทุน เป็นช่วงที่เศรษฐกิจประเทศสหรัฐกำลังประสบปัญหา ทำให้ต้นทุนการลงทุนค่อนข้างต่ำ และขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐเริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว จึงขายทำกำไร

เขากล่าวว่า สำหรับมุมมองต่อตลาดหุ้นไทย ไม่ได้มีมุมมองเป็นบวกนัก เพราะระดับราคาหุ้นหลายกลุ่มมีราคาแพง พีอีสูงเมื่อเทียบกับธุรกิจเดียวกันในตลาดหุ้นต่างประเทศ เขาประเมินด้วยว่าระดับดัชนีช่วงครึ่งปีหลัง จะทรงตัวและทยอยปรับขึ้นได้ โดยมีปัจจัยบวกเรื่องผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนมารองรับ คาดการณ์อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) อยู่ที่ระดับ 23% อย่างไรก็ตาม หากกำไรต่อหุ้นไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ก็อาจจะเป็นปัจจัยที่ทำให้ระดับดัชนีปรับลดลง

ทั้งนี้นายก้องเกียรติยอมรับว่า ปัจจัยเรื่องโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านบ้านบาท ซึ่งกำลังสะดุดปัญหานั้น ส่งผลลบต่อตลาดหุ้นไทย ซึ่งได้สะท้อนในราคาไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มองว่าในโครงการย่อยของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวจำเป็นต้องเดินหน้า จึงเชื่อว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนี้ยังคงมีส่วนผลักดันเศรษฐกิจของไทย และความเคลื่อนไหวของดัชนี

เขาเพิ่มเติมว่าช่วงครึ่งหลังปีนี้ หุ้นไอพีโอขนาดใหญ่จะเข้ามาซื้อขายอีกมาก และจะทำให้บรรยากาศการเสนอขายหุ้นไอพีโอคึกคักมากขึ้น ทั้งนี้บริษัทได้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนครึ่งหลังปีนี้ อย่างน้อย 3 บริษัท คือ บริษัท เอ็มเค เรสโตรองค์ เบื้องต้นคาดมูลค่าระดมทุน 8-9 พันบ้านบาท, บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์, และบริษัท อิชิตัน ขณะเดียวกัน ปีหน้าอาจจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทเถ้าแก่น้อย