ระยะสั้นมีแรงกดดันจากการคาดหมายกำไรสุทธิ 2Q56 ที่อ่อนแอ
คาดกำไรสุทธิ 2Q56 ลดลงกว่า 81% QoQ
จากข้อมูลในการประชุมผู้บริหาร BCP เมื่อวานนี้ เราคาดว่ากำไรสุทธิ 2Q56 จะลดลง 81% QoQ เป็น 408 ล้านบาท แม้ว่ากลุ่มธุรกิจผลิตไฟฟ้าจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นหลังเริ่มผลิตไฟฟ้าหน่วยที่ 2 (จ.อยุธยา) ของ Phase 2 รวมทั้งการผลิตไฟฟ้า Solar Phase 1 และ มีเงินประกันทั้งในส่วนของ Property Damage และ Business Interruption ไม่น้อยกว่า 1,200 ล้านบาทใน 1Q56 แต่ BCP มีปัจจัยลบจากธุรกิจโรงกลั่นที่อ่อนแอลงจาก (1) กำลังการกลั่นลด 4%QoQ เหลือ 96KBD จากการหยุดซ่อมนอกแผน ในเดือน มิ.ย. (2) ค่าการกลั่นพื้นฐานลด 31%QoQ เหลือ 5.5 เหรียญต่อบาร์เรล ตามแนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกและผลกระทบที่เกิดจากปรับหมวดการกลั่นหลังเกิดหยุดซ่อมนอกแผน (3) การรับรู้ Inventory Loss กว่า 6.6 เหรียญต่อบาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบและราคาน้ำมันสำเร็จรูปที่ลดลง และรวมทั้งผลกระทบจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า
ค่าการกลั่นปรับเพิ่ม หนุนการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ 3Q56
เราคาดว่าแนวโน้มกำไรสุทธิ 3Q56 ฟื้นตัวจาก (1) กำลังการกลั่นที่สูงกว่า 100,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากไม่มีแผนการหยุดซ่อมหน่วยกลั่น (2) ค่าการกลั่นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สำคัญปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้งหมด หลังปริมาณสำรองน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงค์โปร์ปรับลดลงต่ำสุดในรอบ 19 เดือน รวมทั้งกำลังการกลั่นที่ลดลงอย่างกะทันหันในอินเดียและมาเลเซีย เป็นปัจจัยสนับสนุนการฟื้นตัวของกำไรสุทธิ 3Q56 และ (3) ความเสี่ยงจากการรับรู้ Stock Loss เหมือน 2Q56 ที่ผ่านมาลดลง เนื่องจากราคาน้ำมันดิบเริ่มทิศทางฟื้นตัว หลังผ่านช่วง Low season ใน 2Q56 ที่ผ่านมา
ระยะสั้นราคาหุ้นมีความเสี่ยงที่จะถูกกดดันจากกำไรสุทธิ 2Q56 ที่อ่อนแอ
ระยะสั้นเราคาดว่าราคาหุ้น BCP มีโอกาสถูกกดดันจากการคาดหมายกำไรสุทธิ 2Q56 ที่อ่อนตัว QoQ อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ราคาหุ้นที่รับเพิ่มกว่า 11% ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สวนทางตลาดหุ้นโดยรวม เรามองว่าเป็นจังหวะที่ดีต่อการขายทำกำไรระยะสั้น ขณะที่ภาพระยะยาว เรายังคงมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจโดยเฉพาะการเติบโตอย่างต่อเนื่องของกำไรสุทธิ ปี 2556 – 2557 ที่เราคาดหมายว่าจะเติบโต 16% YoY และ 18% YoY ตามลำดับ ทำให้เรายังคงคำแนะนำเชิงพื้นฐานเป็น "ซื้อ" มูลค่าเหมาะสม 40 บาท









