"ไพรินทร์"ยันไปรับตำแหน่งกรรมการเอฟแอนด์เอ็น ไม่ขัดระเบียบรสก. เปิดช่องให้ไปนั่งไม่เกิน 3 บริษัท ระบุไม่ยึดติดตำแหน่ง
นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (PTT) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะอนุกรรมการบริหาร ปตท. เตรียมตรวจสอบคุณสมบัติ ตาม พ.ร.บ.คุณสมบัติมาตรฐานสำหรับกรรมการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2518 หลังเข้าไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัท เฟรเชอร์แอนด์นิฟ (เอฟแอนด์เอ็นด์) ว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกกังวลใจต่อการพิจารณาตำแหน่งของคณะอนุกรรมการ บอร์ด ปตท. ในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ เนื่องจากตัวเองเป็นผู้เสนอเรื่องให้บอร์ดพิจารณาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการรับตำแหน่งในบริษัทอื่นว่าสามารถทำได้หรือไม่ ซึ่งจะเป็นการสร้างบรรทัดฐานให้กับผู้บริหารคนอื่นต่อไป และไม่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็นทางการเมืองอีก
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาก็เคยมีผู้บริหารระดับสูง เข้าไปเป็นกรรมการ 15-20 บริษัท ส่วนตัวเองนั้น เป็นกรรมการไม่เกิน 3 บริษัท ซึ่งเป็นไปตามระเบียบกติกาที่กำหนดให้ผู้บริหารรัฐวิสาหกิจเข้าไปนั่งเป็นกรรมการได้ไม่เกิน 3 บริษัท แต่เมื่อมีการร้องเรียนให้ตรวจสอบ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะสร้างบรรทัดฐานและความชัดเจนให้กับสังคม และยืนยันว่าไม่มีภาคการเมืองเข้ามากดดันให้ออกจากตำแหน่ง
ส่วนกรณีที่เข้าไปเป็นกรรมการใน เอฟแอนด์เอ็น เบื้องต้นประเมินจากประเพณีที่ผ่านมาแล้ว เห็นว่าเป็นเรื่องที่ทำได้ เพราะการเป็นกรรมการในบริษัทดังกล่าว จะเป็นประโยชน์จากการนำความรู้และประสบการณ์กลับมาบริหารงานให้กับประเทศชาติ เนื่องจากเอฟแอนด์เอ็น จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ สิงค์โปร์ ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 130 ปี และเป็น 1 ใน 10 ประเทศของโลก ที่มีการบริหารงานโปร่งใสทัดเทียมกับประเทศตะวันตก ประกอบกับ การดำเนินธุรกิจของเอฟแอนด์เอ็น เกี่ยวข้องกับธุรกิจอาหาร อสังหาริมทรัพย์ และสิ่งพิมพ์ จึงไม่น่ามีประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกับการดำเนินธุรกิจของ ปตท. และเชื่อว่าในอนาคต แนวทางการดำเนินธุรกิจของไทยจะต้องเดินไปในทิศทางเดียวกับสิงค์โปร์ จึงได้ตัดสินใจเข้าไปนั่งเป็นกรรมการในบริษัทดังกล่าว
"ผลการตรวจสอบจะเป็นอย่างไร และตัวเองจะยังคงดำรงตำแหน่ง ซีอีโอ ปตท. หรือไม่ เป็นดุลยพินิจของอนุกรรมการ บอร์ด ปตท. โดยยืนยันว่าไม่ยึดติดกับตำแหน่ง จะอยู่ต่อหรือไม่ก็ได้"นายไพรินทร์ กล่าว









