วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 24-28 มิถุนายน 2556

เงินบาททรงตัว ขณะที่ ตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้น โดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุนในประเทศ

ตลาดเงินระยะสั้นและตลาดตราสารหนี้


อัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้น


อัตราดอกเบี้ยระยะสั้นทรงตัวต่อเนื่อง โดยธนาคารพาณิชย์มีการปิดสำรองสภาพคล่องรายปักษ์ในวันอังคารและเข้าสู่ปักษ์ใหม่ในวันพุธ อีกทั้งมีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงสิ้นเดือน ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.40% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน ทรงตัวที่ 2.50% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน

ในสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-5 ก.ค. 2556 จะมีการทยอยไหลกลับของสภาพคล่องเข้าสู่ระบบธนาคารหลังสิ้นเดือน ทั้งนี้ คาดว่าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นในตลาดเงินน่าจะทรงตัวใกล้ระดับ 2.50%


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรไทยและสหรัฐฯ


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย ประเภทอายุ 5 ปี ปิดที่ระดับ 3.43% ในวันศุกร์ ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 3.54% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลของไทยปรับพุ่งขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ โดยมีแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับสภาพคล่องในระบบธนาคารจีน ก่อนที่จะปรับลดลงในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังนักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้าซื้อพันธบัตรไทยอีกครั้ง


อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ประเภทอายุ 10 ปี ปิดที่ระดับ 2.47% ในวันพฤหัสบดี ลดลงเมื่อเทียบกับระดับ 2.53% ในสัปดาห์ก่อน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับลดลงในวันจันทร์โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุน ก่อนที่จะปรับเพิ่มขึ้นในวันอังคาร หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดี ก่อนที่อัตราผลตอบแทนจะปรับลดลงอีกครั้ง ในช่วงกลาง-ปลายสัปดาห์ หลังจากที่สหรัฐฯ รายงานตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/56 (Final Est.) ขยายตัวเพียง 1.8% ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มปรับเปลี่ยนการคาดการณ์ว่า เฟดอาจจะไม่เร่งรีบปรับลดขนาดการซื้อสินทรัพย์ลง ดังที่ได้กังวลกันก่อนหน้านี้


ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน

ค่าเงินบาท (Onshore)


เงินบาทปรับตัวในกรอบที่อ่อนค่า ก่อนฟื้นตัวท้ายสัปดาห์ โดยเงินบาทแข็งค่าขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์ สอดคล้องกับสกุลเงินในภูมิภาค หลังจากที่ถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ช่วยคลายความกังวลของตลาดต่อแผนการเตรียมชะลอซื้อพันธบัตรภายใต้มาตรการ QE อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงกลางสัปดาห์ท่ามกลางแรงซื้อเงินดอลลาร์ฯ ในช่วงสิ้นเดือนของกลุ่มผู้นำเข้า และผู้ค้าทองในช่วงที่ราคาทองคำในตลาดโลกร่วงลงอย่างหนัก อย่างไรก็ดี เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้นเล็กน้อยปลายสัปดาห์ตามทิศทางของสกุลเงินเอเชียอื่นๆ


ในวันศุกร์ (28 มิ.ย.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 31.03 ใกล้เคียงกับระดับ 31.02 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 มิ.ย.)

สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ถัดไป (1-5 ก.ค.) เงินบาทอาจเคลื่อนไหวในกรอบ 30.90-31.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยคงต้องจับตาการเคลื่อนย้ายเงินทุนของนักลงทุนต่างชาติ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ การจ้างงานนอกภาคเกษตร อัตราการว่างงาน ดัชนี ISM ภาคการผลิต-ภาคบริการ เดือนมิ.ย. ยอดสั่งซื้อของโรงงาน รายจ่ายด้านการก่อสร้าง ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนพ.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ นอกจากนี้ ตลาดอาจจับตารายงานดัชนี PMI ของหลายๆ ประเทศในเดือนมิ.ย. 2556 ที่มีกำหนดจะประกาศในช่วงต้นเดือนด้วยเช่นกัน อนึ่ง ตลาดการเงินสหรัฐฯจะปิดทำการในวันที่ 4 ก.ค. เนื่องในวันชาติของสหรัฐฯ


เงินยูโร และเงินเยนเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์ฯ

เงินยูโรอ่อนค่าลง ก่อนฟื้นตัวเล็กน้อยปลายสัปดาห์ โดยเงินยูโรอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ท่ามกลางแรงหนุนเงินดอลลาร์ฯ จากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ (อาทิ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค) ซึ่งสนับสนุนกระแสการคาดการณ์ว่า เฟดอาจชะลอมาตรการ QE ภายในปีนี้ นอกจากนี้ เงินยูโรยังถูกกดดันจากถ้อยแถลงที่สะท้อนท่าทีที่ระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนของประธานธนาคารกลางยุโรปอีกด้วย อย่างไรก็ดี เงินยูโรฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขาย หลังจากคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเฟดในช่วงปลายสัปดาห์ ช่วยบรรเทาความกังวลของตลาดต่อการชะลอมาตรการ QE นอกจากนี้ เงินยูโรยังได้รับแรงหนุนจากการปรับสมดุลโพสิชั่นก่อนสิ้นไตรมาส 2/2556 ด้วยเช่นกัน


เงินเยนทยอยอ่อนค่าลง หลังจากทรงตัวในกรอบแคบๆ ช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยเงินเยนถูกกดดันจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นปัจจัยตอกย้ำความแตกต่างระหว่างอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และญี่ปุ่น


ในวันศุกร์ (28 มิ.ย.) เงินยูโรอยู่ที่ 1.3068 เทียบกับ 1.3122 ดอลลาร์ฯ ต่อยูโรในวันศุกร์ก่อนหน้า (21 มิ.ย.) ส่วนเงินเยนอยู่ที่ 98.96 เทียบกับ 97.89 เยนต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า


ตลาดทุน

ตลาดหุ้นไทย


ดัชนีตลาดหุ้นไทยฟื้นตัวขึ้น โดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุนในประเทศ ทั้งนี้ ดัชนีหุ้นไทยปิดที่ระดับ 1,451.90 จุด เพิ่มขึ้น 3.67% จากสัปดาห์ก่อน ด้านมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 2.58% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 59,074.0 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบัน บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และนักลงทุนรายย่อย ซื้อสุทธิ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 392.21 จุด ลดลง 0.83% จากสัปดาห์ก่อน


ตลาดหุ้นปรับร่วงลงในวันจันทร์ จากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ท่ามกลางแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่มีอยู่ต่อเนื่อง ก่อนที่จะฟื้นตัวในช่วงที่เหลือของสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อกลับจากนักลงทุนหลังราคาปรับร่วงลงไปมาก กอปรกับแรงซื้อจากการทำปิดงวดบัญชี (Window Dressing)


สำหรับแนวโน้มสัปดาห์ระหว่างวันที่ 2-5 ก.ค. 2556 บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด และบริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนียังคงผันผวน และมีโอกาสฟื้นตัวขึ้น โดยจับตามองรายงานตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ อาทิ เครื่องชี้ภาคการผลิต (ISM Manufacturing) ยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงาน และ การจ้างงานนอกภาคการเกษตร ทั้งนี้ บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด คาดว่า ดัชนีจะมีแนวรับที่ 1,419 และ 1,317 ขณะที่แนวต้านคาดว่าจะอยู่ที่ 1,482 และ 1,492 ตามลำดับ